
ปล่อยกู้ใบประทวนล่มรอจอดป้ายเลหลังขายข้าว
การชุมนุมปิดล้อมกระทรวงพาณิชย์ของกลุ่มเกษตรกร 20 จังหวัด ทวงหนี้ค่าข้าวเปลือกฤดูกาลผลิต 2556/2557 ซึ่งรัฐบาลยังค้างหนี้ 1.2 แสนล้านบาท กดดันให้กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งหาทางออกในการหาเงินมาจ่ายค่าข้าวเปลือกให้ชาวนา
การชุมนุมปิดล้อมกระทรวงพาณิชย์ของกลุ่มเกษตรกร 20 จังหวัด ทวงหนี้ค่าข้าวเปลือกฤดูกาลผลิต 2556/2557 ซึ่งรัฐบาลยังค้างหนี้ 1.2 แสนล้านบาท กดดันให้กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งหาทางออกในการหาเงินมาจ่ายค่าข้าวเปลือกให้ชาวนา
แม้ว่า ยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ จะคิดหาวิธีแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ด้วยการขอความร่วมมือกับสมาคมโรงสีข้าวไทย ขอให้โรงสีในสมาคมปล่อยกู้ให้กับชาวนาที่นำใบประทวนมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในอัตรา 50% ของมูลค่าใบประทวน และรัฐบาลจะรับผิดชอบดอกเบี้ยแทนชาวนาในอัตรา 09% ซึ่งขณะนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้จัดสรรงบกลาง 1,200 ล้านบาท มาจ่ายค่าดอกเบี้ยดังกล่าว
แต่ทว่าแนวโน้มโครงการปล่อยกู้ใบประทวนครั้งนี้ส่อล้มไม่เป็นท่า เพราะหากพิจารณาศักยภาพของโรงสีที่จะปล่อยกู้ให้กับชาวนาจะพบว่ามีจำกัด คือ โรงสีจะรับผิดชอบปล่อยเงินกู้ได้แต่เฉพาะลูกค้าของตัวเองเท่านั้น และโรงสียังต้องเลือกลูกค้าที่มีเครดิตดีกับชาวนา ไม่ใช่ว่าจะปล่อยกู้ให้ทุกราย
อีกทั้งหากมองภาพรวม โดยเฉพาะสภาพคล่องของโรงสีทั้งประเทศ พบว่ากระแสเงินสดของโรงสีทุกแห่งที่สามารถรองรับการปล่อยกู้ได้เพียง 1 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของหนี้ที่รัฐบาลยังค้างชาวนาอยู่ประมาณ 1 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ หากพิจารณาลงลึกในรายละเอียด พบว่าเงื่อนไขสำคัญที่โรงสีต้องการในการปล่อยกู้ครั้งนี้ คือ การให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สลักหลังใบประทวน เพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ ป้องกันการเกิดหนี้เสียในอนาคต
แต่ปรากฏว่าล่าสุด ธ.ก.ส.ได้ออกมายอมรับว่า ไม่สามารถเซ็นสลักหลังใบประทวนได้ เนื่องจากเกินอำนาจของ ธ.ก.ส. และมองว่าโรงสีไม่ใช่สถาบันการเงินที่จะนำเงินมาปล่อยกู้ให้กับชาวนาจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน ก็มีการตั้งข้อสังเกตจากนักวิชาการว่า การค้ำประกันเงินกู้จากใบประทวนอาจผิดกฎหมายของสถาบันการเงินได้ ทั้งยังไม่สามารถการันตีได้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะอนุมัติให้รัฐบาลมาใช้งบกลาง 1,200 ล้านบาท ในการจ่ายดอกเบี้ยให้กับชาวนาหรือไม่
คำชี้ชวนของ ยรรยง ที่ระบุว่า โรงสีที่ปล่อยกู้ใบประทวนให้ชาวนา สามารถนำใบประทวนดังกล่าวมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการซื้อข้าวสารจากสต๊อกรัฐบาล แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่า การที่โรงสีจะขอนำใบประทวนมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการซื้อข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลดูเป็นเรื่องยาก
เมื่อกรมการค้าต่างประเทศปฏิเสธที่จะระบายข้าวด้วยวิธีพิเศษให้กับกลุ่มของโรงสี โดยอ้างเหตุผลเรื่องราคาเสนอซื้อข้าวที่อาจได้ราคาไม่ดี แต่ให้เงื่อนไขพิเศษแก่โรงสีว่าจะเลือกกองข้าวที่ต้องการได้ ในขณะที่กลุ่มโรงสีต้องการให้กรมขายข้าวในลักษณะเดียว และเป็นราคาเดียวกับที่ขายให้กับผู้ส่งออก 7 ราย ปริมาณ 8.5 แสนตัน ด้วยวิธีนำคำสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศมายื่นซื้อตรง และเกทับกลุ่มของผู้ส่งออกด้วยการเสนอชำระค่าข้าวภายใน 30 วัน ขณะที่กลุ่มผู้ส่งออกที่ยื่นซื้อตรงจะชำระและรับมอบข้าวนานถึง 120-180 วัน
เมื่อความต้องการของกลุ่มโรงสี คือ การซื้อข้าวจากรัฐบาลในราคาเดียวกับกลุ่มผู้ส่งออก ไม่ใช่เงื่อนไขที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ทำให้กลุ่มโรงสีเกิดอาการรับไม่ได้ และขอให้สมาชิกของสมาคมโรงสีข้าวไทยตัดสินใจว่าจะร่วมประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาลด้วยหรือไม่
การปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมระหว่างกลุ่มของโรงสีและกลุ่มผู้ส่งออกบางราย อาจทำให้แผนแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างโรงสีและกระทรวงพาณิชย์ในหลายกรณีอาจล่มลงในที่สุดก็เป็นได้
นอกจากนี้ ในสถานการณ์ที่ชาวนากดดันให้กระทรวงพาณิชย์เร่งขายข้าวที่มีอยู่ในสต๊อกไม่ต่ำกว่า 20-21 ล้านตัน เพื่อนำเงินมาจ่ายชาวนา กระทั่งมีชาวนาบางกลุ่มยกระดับการชุมนุมถึงขั้นไปบุกคลังข้าวสารของรัฐบาล เพื่อตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวในสต๊อกว่ามีอยู่จริงหรือไม่ หลังจากมีกระแสข่าวว่าข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลล่องหน ก็ยิ่งทำให้เวลาในการเร่งขายข้าวงวดเข้ามาทุกที
สุดท้ายแล้ว กระทรวงพาณิชย์อาจจำนนด้วยการยอมเลหลังขายข้าวในสต๊อกที่ท่วมประเทศอยู่ในราคาถูกๆ จนขาดทุนยับเยิน







