
อิเล็กทรอนิกส์น้ำหนักเท่าตลาด
“มินทรา รัตยาภาส” นักวิเคราะห์การลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด ลดน้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็น “เท่าตลาด” รอปัจจัยบวกใหม่
“มินทรา รัตยาภาส” นักวิเคราะห์การลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด ลดน้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็น “เท่าตลาด” รอปัจจัยบวกใหม่
ทั้งนี้ จากการที่ราคาหุ้นในกลุ่มที่ศึกษาคือ บริษัท เดลต้าอีเลคโทรนิคส์ (DETLA) บริษัท ฮานา ไมโครอีเล็คโทรนิคส์ (HANA) บริษัท เคซีอี อิเล็กทรอนิกส์ (KCE) และบริษัท เอสวีไอ (SVI) ปรับขึ้นมามากกว่า 25% (ดัชนีหุ้นไทย +17%)
หลังจากที่ บล.เคเคเทรด เพิ่มน้ำหนักการลงทุนเมื่อปลายปีก่อนและเริ่มเข้าใกล้เคียงมูลค่าเหมาะสม นอกจากนี้ไม่พบปัจจัยบวกใหม่ต่อการปรับเพิ่มประมาณการปีนี้
“เราเชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่รับรู้ปัจจัยบวกระยะสั้นจากผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2556 ที่อาจจะออกมาดีกว่าคาด เห็นได้จากราคาหุ้น KCE และ SVI ที่ปรับขึ้น 45% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ดีกว่ากลุ่มที่ราคาหุ้นปรับลง”
สำหรับเงินปันผลปี 2556 คาดว่า DELTA จะให้อัตราผลตอบแทนสูงที่สุดในกลุ่มที่ 5% (จ่ายปีละครั้ง) สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 4%
การเติบโตของยอดขายในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์พึ่งพาตลาดโลกเป็นหลัก โดยสมาคมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก (SIA) คาดว่าตลาดอิเล็กทรอนิกส์โลกในปี 2557-2558 จะเติบโตราว 34% ชะลอตัวจาก 4.4% ในปี 2556 แม้ว่าสำนักวิจัยเศรษฐกิจ KKI จะประเมินเศรษฐกิจโลกในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น แต่ยังไม่น่าวางใจ โดยเฉพาะสหรัฐ ที่ล่าสุดดัชนีภาคการผลิต (ISM) เดือน ม.ค. ปรับลงต่ำสุดในรอบ 8 เดือน สู่ระดับ 51.3 สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ลดลงสู่ 53.7 ส่วนเศรษฐกิจในกลุ่มยูโรโซนแม้เริ่มเห็นการฟื้นตัวของดัชนี PMI ในเดือน ม.ค. ที่ทำสถิติสูงสุดในรอบ 32 เดือน แต่มีปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเงินฝืด ด้านเศรษฐกิจญี่ปุ่นและจีนยังมีความเสี่ยงจากนโยบายรัฐ
บล.เคเคเทรด คาดว่า ยอดขายสกุลดอลลาร์รวมในปี 2557 ของบริษัทที่ศึกษาจะเติบโตราว 11% ชะลอตัวจาก 16% ในปี 2556 โดย SVI จะมียอดขายเติบโตสูงสุดในกลุ่มที่ 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการฟื้นตัวหลังน้ำท่วมช้ากว่ากลุ่มและการปรับการสรรหาวัตถุดิบ ส่วน DELTA จะมียอดขายเติบโตต่ำสุดจากฐานสูง แม้ว่าในปีนี้ HANA และ KCE จะมีกำลังการผลิตใหม่เพิ่ม แต่คาดว่าจะยังไม่เห็นผลบวกต่อการเพิ่มยอดขายในปีนี้ อย่างไรก็ดีปัจจัยค่าเงินบาทที่อ่อนกว่าสมมติฐานที่ 33.80 บาท จะเป็นบวกต่อการเติบโตยอดขายสกุลเงินบาทและอัตรากำไรขั้นต้นของทั้ง 4 บริษัท โดยเฉพาะครึ่งปีหลังค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าแตะระดับ 34.25 บาท จาก 33.50 บาท ในครึ่งปีแรก และคาดว่าจะเป็นบวกต่ออัตรากำไรของ HANA มากที่สุด
หากพิจารณาในแง่ของราคาหุ้นที่ซื้อขายระดับสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปี 2557 เฉลี่ย 11.8 เท่าราคาต่อมูลค่าบัญชี (PBV) ที่ 2.1 เท่า และอัตราเติบโตราคาต่อกำไร (PEG) ที่ 0.4 เท่า แต่มองว่าข่าวบวกต่างๆ ของบริษัทที่ศึกษาส่วนใหญ่สะท้อนสู่ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นไปพอสมควรแล้ว ทำให้ราคาหุ้นปัจจุบันเข้าใกล้มูลค่าเหมาะสม
หากพิจารณาการเติบโตปีนี้ยังคาดว่าผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติจะมีกำไรรวมเติบโต 29% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไม่รวมเงินประกันที่เหลือของ HANA, KCE และ SVI)
บล.เคเคเทรด แนะนำ “ซื้อ” เพียง HANA จากอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวดีสุดและได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่จะดีขึ้นกว่าบริษัทอื่น
อีกทั้งราคาหุ้น HANA ปัจจุบันซื้อขาย PBV ต่ำสุดที่ 1.2 เท่า ส่วน DELTA คงคำแนะนำ “ถือ” ขณะที่ KCE และ SVI ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” จากราคาที่ปรับขึ้นและเหลือ การปรับขึ้นจำกัด
ผู้บริหารของ DELTA คาดว่าผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 4/2556 จะออกมาน่าผิดหวังจากการตั้งสำรองของสต๊อกสินค้า อย่างไรก็ดี ภาพรวมของบริษัทยังสดใสในปี 2557 ซึ่งคาดว่าได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากสินค้ารับจ้างผลิตที่เติบโตขึ้น อาทิ ธุรกิจ Data Storage ในสหรัฐและธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมในยุโรป จากอัตราผลตอบแทนปันผลที่อยู่ในระดับสูงที่ 5.40%
อาศิส ภมรานนท์ นักวิเคราะห์ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน จึงปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ถือ” ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 54.00 บาท ขณะที่จุดซื้อกลับอยู่ที่ 45.00 บาท
ทั้งนี้ คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/2556 อยู่ที่ 1,100 ล้านบาท และคาดว่ารายได้ของ DELTA ในไตรมาส 4/2556 จะเติบโตขึ้น 4.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 3.2% จากไตรมาส 3 อยู่ที่ 10,900 ล้านบาท
บล.ยูโอบีเคย์เฮียน คาดว่า กำไรสุทธิจะขยายตัวขึ้น 40.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 30.2% จากไตรมาส 3 อยู่ที่ 1,100 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองจากการ WriteOff สต๊อกสินค้าและปัจจัยตามฤดูกาล
คาดว่ารายได้รวมของ DELTA ในปี 2557 จะเติบโตขึ้น 4.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ด้วยปัจจัยหนุนจากศูนย์กลาง Data Storage ในสหรัฐประกอบกับธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคมในสหภาพยุโรปได้รับแรงหนุนจาก LTE/4G และการลงทุนในสาธารณูปโภคด้านสื่อสารโทรคมนาคมในอินเดีย
ขณะเดียวกัน คาดวัสดุอุปกรณ์ด้านอุตสาหกรรมและการแพทย์จะเติบโตขึ้นควบคู่กับกลุ่มการผลิตของสหภาพยุโรปที่ฟื้นตัวขึ้นแข็งแกร่ง ซึ่ง PMI ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 31 เดือน ในเดือน ธ.ค. 2556
DELTA มีแผนซื้อหุ้นบริษัทจัดจำหน่ายพลังงานแสงอาทิตย์ในยุโรปที่มูลค่าที่ 50100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งธุรกรรมดังกล่าวจะช่วยเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายและรายได้จากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเป็นสินค้าที่ไม่ได้สร้างกำไรให้กับบริษัทและคิดเป็น 45% ของรายได้ของ DELTA







