
นักลงทุนเอเชียคึกกล้าซื้อหุ้นเพิ่มขึ้น
แมนูไลฟ์เผยผลสำรวจพบนักลงทุนเอเชียมีความเชื่อมั่นลงทุนในหุ้นสูงขึ้น ได้แรงหนุนญี่ปุ่นฟื้น
แมนูไลฟ์เผยผลสำรวจพบนักลงทุนเอเชียมีความเชื่อมั่นลงทุนในหุ้นสูงขึ้น ได้แรงหนุนญี่ปุ่นฟื้น
บริษัท แมนูไลฟ์ ไฟแนนเชียล เปิดเผยว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนจาก 8 ประเทศในเอเชีย ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ในไตรมาส 4 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2556 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนปรับเพิ่มขึ้นจาก 15 จุด เป็น 22 จุด เนื่องจากการสำรวจล่าสุดได้เพิ่มประเทศฟิลิปปินส์เข้ามาเป็นครั้งแรก แต่หากไม่นับรวมเข้ามาความเชื่อมั่นจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 16 จุด
“ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่านักลงทุนเอเชียมีทัศนคติที่ดีขึ้นจากความมั่นใจในญี่ปุ่นและตลาดหุ้นที่ดีขึ้นโดยรวม โดยเฉพาะทัศนคติของนักลงทุนญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษ” นายโรเบิร์ต เอ. คุก ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมนูไลฟ์ ไฟแนนเชียล ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าว
สำหรับอินโดนิเซียก็เพิ่ม ส่วนฮ่องกงเพิ่มขึ้น เล็กน้อย แต่นักลงทุนยังมีทัศนคติในเชิงลบสูงที่สุด ตามด้วยไต้หวัน สำหรับฟิลิปปินส์ นักลงทุนมีความเชื่อมั่นสูงสุดในภูมิภาคนี้การลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ยกเว้นตลาดหุ้นซึ่งปรับดีขึ้นพอสมควร ขณะเดียวกันเงินสดและอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนชื่นชอบมากที่สุด แต่ในระยะปานกลางเชื่อว่านักลงทุนจะโยกเงินสดไปลงทุนตราสารหนี้เอกชน ซึ่งจะให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูงกว่าตราสารหนี้ภาครัฐในภาวะตลาดปัจจุบัน
“เราเชื่อว่านักลงทุนจะโยกเงินออกจากสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำ เช่น เงินสด เข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ โดยมองว่าในระยะปานกลางจากนี้ ตราสารหนี้จะสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตราสารหนี้เอกชน จะสร้างผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูงกว่าตราสารหนี้รัฐในภาวะตลาดปัจจุบัน”นายแอนเดร พีเดอร์เซนส์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายตราสารหนี้ของ แมนูไลฟ์ กล่าว
ขณะเดียวกันความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อตลาดหุ้นในประเทศญี่ปุ่นพุ่งสูงสุด หลังจากตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวสูงขึ้น 57% ในรอบปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากผลประกอบการของธุรกิจดีขึ้น ภายใต้นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอาเบะโนมิกส์ แต่การปรับสูงขึ้นของตลาดหุ้นญี่ปุ่นไม่ได้สะท้อนในการถือครองหุ้นของนักลงทุนชาวญี่ปุ่น ซึ่งกลับลดลงไป 3 จุด มาอยู่ที่ 16% ของเงินลงทุนทั้งหมด
นอกจากนี้ พบว่า โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซีย อินโดนิเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งดัชนีสินทรัพย์ประเภทเงินสดอยู่ที่ระดับค่อนข้างสูง ระหว่าง 70 ถึง 80 ในทางตรงกันข้าม ทัศนคติต่อสินทรัพย์ประเภทเงินสดในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นติดลบเป็นอย่างมาก (54)
นักลงทุนเอเชียเก็บออมเงินสดในอัตราที่สูงมาก หรือ 41% ของสินทรัพย์รวม เนื่องจากต้องการความปลอดภัยและสภาพคล่อง โดยจำนวนเงินสดที่นักลงทุนถือครองอยู่นั้น พบว่า 1 ใน 5 สำหรับใช้ดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่ง 4 ใน 5 ถูกวางไว้เฉยๆ ซึ่งเป็นการสูญเสียโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่น่าเสียดาย
นายต่อ อินทวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในภาวะที่หุ้นไทยถูกกดดันจากปัจจัยการเมือง มองว่านักลงทุนควรกระจายการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทน โดยเฉพาะในตลาดเอเชียเหนือ ซึ่งประเทศต่างๆ ในภูมิภาคแถบนั้นจะได้ผลประโยชน์อย่างเต็มที่จากการฟื้นตัวของการค้าโลก รวมถึงยุโรปที่เพิ่งพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2556
ขณะเดียวกันานภูมิภาคยุโรปก็เพิ่งหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2556 และเศรษฐกิจใหญ่ๆ ของหลายประเทศในภูมิภาคยุโรปมีศักยภาพในการขยายตัวได้ในปี 2557 โดยเชื่อว่าความไม่แน่นอนในทวีปยุโรปเริ่มลดน้อยถอยลงและจะกลับกลายเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ หากแรงหนุนสำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจสามารถดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง







