posttoday
มั่นคงฯปรับปีนี้เน้นแนวราบ

มั่นคงฯปรับปีนี้เน้นแนวราบ

12 กุมภาพันธ์ 2557

เปิด4โครงการใหม่ค่า3.2พันล้านเลื่อนผุดคอนโดกลางเมืองไปเป็นปีหน้า

เปิด4โครงการใหม่ค่า3.2พันล้านเลื่อนผุดคอนโดกลางเมืองไปเป็นปีหน้า

มั่นคงฯ หนีการเมืองร้อน เน้นแนวราบ ชะลอคอนโด หลังลูกค้าเยี่ยมชมโครงการหด 20%

น.ส.ชุติมา ตั้งมติธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายการเงินบัญชี บริษัท มั่นคงเคหะการ เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับตัวโดยเน้นเปิดโครงการแนวราบประเภททาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวจำนวน 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 3,200 ล้านบาท ซึ่งโครงการส่วนใหญ่จะเปิดตัวในครึ่งปีหลังของปีนี้

ขณะเดียวกันได้ชะลอแผนการเปิดขายโครงการใหม่ ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมมูลค่า 1,800 ล้านบาท ใกล้ริมน้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ใกล้กับรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายโดยเลื่อนออกไปปีหน้า เนื่องจากต้องการรอความชัดเจนของตลาด และต้องการให้โครงการผ่านการขออนุญาตเรื่องสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอก่อน ขณะที่งบประมาณในการซื้อที่ดินยังใช้ปีละ 800-1,000 ล้านบาท

ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างทำการขาย 15 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,100 ล้านบาท โดยในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 2,800 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ยอดขายของบริษัทนั้นไม่ได้ลดลง เนื่องจากโครงการที่เปิดขายส่วนใหญ่จะกระจายอยู่ในพื้นที่รอบนอกของกรุงเทพฯ แต่จำนวนลูกค้าที่เข้าเยี่ยมโครงการลดลงประมาณ 10-20% โดยมียอดแบ็กล็อกหรือสินค้ารอรับรู้รายได้จากปีก่อนที่จะรับรู้ในปีนี้ 900 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทมีภาระหนี้อยู่ 1,000 ล้านบาท และมีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.3 เท่า และจะพยายามไม่ให้เกิน 0.5 เท่า

น.ส.ชุติมา กล่าวว่า อัตราปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 11% ถือว่าใกล้เคียงกับปี 2555 อยู่ที่ 12-13% ขณะที่ในปีนี้ก็ยอมรับว่าภาระหนี้ของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น ทำให้บริษัทต้องช่วยเพื่อให้ขอสินเชื่อผ่าน เช่น อาจจะต้องใช้หลายสถาบันการเงินในการยื่นขอสินเชื่อ แต่ลูกค้าต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการรองรับปัญหาขาดแคลนแรงงานและย่นระยะเวลาก่อสร้าง บริษัทจึงได้นำระบบก่อสร้างแบบ TUNNEL FORM มาใช้กับโครงการทาวน์เฮาส์ โดยจะเริ่มใช้กับโครงการชวนชื่น โมดัส วิภาวดี เป็นโครงการนำร่อง เป็นทาวน์เฮาส์สูง 3 ชั้น จากก่อนหน้าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 1012 เดือน แต่เปลี่ยนมาใช้ระบบดังกล่าวจะทำให้ระยะเวลาลดลงเหลือ 67 เดือน

น.ส.ชุติมา กล่าวว่า ส่วนแผนการตลาดปีนี้ บริษัทจะใช้งบการตลาด 3% ของยอดขาย และจะเพิ่มช่องทางการสื่อสารการตลาดผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น ทั้งเว็บไซต์บริษัท และโซเชียลมีเดีย

สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ภาพรวมการเปิดโครงการใหม่ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.3 แสนยูนิต ซึ่งในจำนวนดังกล่าวกว่า 8 หมื่นยูนิตเป็นคอนโดมิเนียม ขณะที่การเติบโตคอนโดมิเนียมชานเมืองนั้นเติบโตค่อนข้างสูง โดยจะเห็นระดับราคาห้องชุดต่ำกว่า 1 ล้านบาทมีให้เห็นมากขึ้นในย่านรังสิตเพื่อมาทดแทนตลาดทาวน์เฮาส์ เนื่องจากปัจจุบันราคาต่ำนั้นไม่สามารถพัฒนาในทำเลดังกล่าวได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท