
กสิกรออกมาตรการช่วยเอสเอ็มอีท่องเที่ยว
กสิกรไทยผนึก 3 พันธมิตรช่วยเอสเอ็มอีท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการเมือง พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าชำระเฉพาะดอกเบี้ยนาน 6 เดือน
กสิกรไทยผนึก 3 พันธมิตรช่วยเอสเอ็มอีท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการเมือง พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าชำระเฉพาะดอกเบี้ยนาน 6 เดือน
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองในประเทศมากที่สุดธุรกิจหนึ่ง ดังนั้นธนาคารกสิกรไทยจึงร่วมมือกับ 3 องค์กรพันธมิตร ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย และ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ออกโครงการสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยเน้นกลุ่มเอสเอ็มอี 5 ธุรกิจ ได้แก่ 1. ธุรกิจโรงแรมและที่พัก 2. ธุรกิจร้านอาหาร 3. ธุรกิจนำเที่ยวและสปา 4. ธุรกิจบริการรถเช่าและเรือเช่า 5. ธุรกิจขายของฝากและของที่ระลึก โดยให้การสนับสนุนทั้งด้านการเงิน และองค์ความรู้
ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจโรงแรมและที่พัก เลือกผ่อนชำระสูงในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและผ่อนชำระน้อยช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวได้ และกรณีต้องการลงทุนก่อสร้างใหม่เพื่อขยายธุรกิจ ธนาคารฯ จะให้เวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 12 ปี สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มอื่น ไม่มีหลักประกัน ขอได้สูงสุด 5 ล้านบาท หรือธุรกิจที่มีการเดินบัญชีน้อย ขอสินเชื่อสูงสุดได้ 10 ล้านบาท และผู้ประกอบการที่หลักประกันไม่เพียงพอต้องการวงเงินเยอะ ขอได้สูงสุด 3.33 เท่าของมูลค่าหลักประกัน
นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ออกมาตรการให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเมือง ด้วยการผ่อนชำระดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว (Grace Period) ระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน และมอบโปรโมชั่นพิเศษส่วนลดดอกเบี้ยสูงสุด 2% สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่สมัครสินเชื่อในงานสัมมนา “Tourism Solutions พลิกวิถีธุรกิจท่องเที่ยว SME ไทย” เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวใน 4 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี และกรุงเทพฯ
นายพัชร กล่าวว่า จากการประเมินพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารกสิกรไทย พบว่า ลูกค้าเอสเอ็มอีในกรุงเทพมหานครที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมทางการเมือง มีประมาณ 17,500 ราย โดยลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบมีประมาณ 500 ราย มียอดสินเชื่อคงค้าง 3,500 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.72% ของพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคาร ฯ ส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจ ก่อสร้าง อิเล็คทรอนิคส์ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ สำหรับปี 2556 ที่ผ่านมา สินเชื่อธุรกิจท่องเที่ยวขยายตัว 11% มียอดสินเชื่อที่ประมาณ 15,331 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปลายปี 2556 คาดว่าจะยืดเยื้อไปอีกระยะหนึ่ง ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การจัดประชุมสัมมนา การแสดงสินค้า และการท่องเที่ยวแบบเป็นรางวัล โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง จากเคยประมาณการณ์ไว้ว่าในปี 2557 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 29.9 ล้านคน และสร้างรายได้สูงถึง 1.35 ล้านล้านบาท แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2557 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงจากคาดการณ์ราว 1.8 ล้านคน และรายได้ต่ำกว่าที่คาดไว้ 82,000 ล้านบาท สำหรับครึ่งหลังของปีหากยังคงรักษาการการเติบโตได้ตามที่คาดไว้ จะมีนักท่องเที่ยว 15.5 ล้านคน และทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีจะอยู่ที่ 28.1 ล้านคน ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 6%







