
ลดความเหลื่อมล้ำ...โจทย์ใหญ่ที่ไทยต้องทำ
โดย...ดำรงเกียรติ มาลา
โดย...ดำรงเกียรติ มาลา
รายงานตามติดเศรษฐกิจไทยฉบับล่าสุดของธนาคารโลก ได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทาย 3 ข้อของไทยที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างยั่งยืน
ความท้าทายที่ว่า ประกอบด้วย 1.การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณะของภาครัฐ ที่อยู่ในระดับสูงทั่วประเทศ เช่น การเข้าถึงการศึกษาและบริการสาธารณสุข ระหว่างคนเมืองกับคน ต่างจังหวัด 2.การให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตสินค้าและทักษะแรงงาน เพื่อให้ไทยแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นในตลาดโลกได้ และ 3.การลดระดับความเข้มข้นในการใช้พลังงาน เพื่อช่วยสร้างการเติบโตทางสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน โดยเฉพาะในภาคขนส่งที่ไทยใช้พลังงานสูง
ทั้งนี้ ธนาคารโลกเห็นว่า แม้ในระยะสั้นเศรษฐกิจไทยจะยังขยายตัวได้ แต่หากโจทย์เหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ในระยะปานกลางถึงระยะยาวไทยจะ สูญเสียความสามารถในการแข่งขันไป
ทั้งนี้ ข้อมูลจากดัชนีความสำเร็จของคนในประเทศไทยแบ่งตามภูมิภาค (Human Achievement Index) โดยองค์การเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ในปี 2553 สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในมิติต่างๆ ของ คนไทย เช่น รายได้ การศึกษา สุขภาพ และการขนส่งและสื่อสาร
โดยพบว่าคนในกรุงเทพฯ จะมีดัชนีความสำเร็จ สูงที่สุดในทุกด้าน ขณะที่ภาคอื่นๆ อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า โดยเฉพาะภาคอีสานที่มีดัชนีต่ำที่สุดแทบทุกด้าน โดยเฉพาะภาคการศึกษาที่วัดจากคะแนนโอเน็ตตามภูมิภาค จะพบว่า เด็กกรุงเทพฯ ได้คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าเด็กภาคอื่น โดยภาคอีสานรั้งท้ายเช่นเดิม
ปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าวเกิดจากใช้จ่ายของภาครัฐ จากการศึกษาพบว่า ปี 2554 การใช้จ่ายภาครัฐต่อจำนวนประชากรแบ่งตามภูมิภาค ในกรณี ที่รัฐมีงบประมาณ 100 บาท จะใช้จ่ายกระจุกในกรุงเทพฯ 72.2 บาท รองมาเป็นภาคใต้ 7.5 บาท ภาคเหนือ 7.4 บาท ภาคกลาง 7.2 บาท เหลือมา ที่ภาคอีสานเพียง 5.8 บาท
เช่นเดียวกับการใช้จ่ายด้านสาธารณสุขและ การศึกษาต่อหัว พบว่า ปี 2553 ภาครัฐใช้จ่ายด้านสาธารณสุขต่อคนกรุงเทพฯ เฉลี่ยสูงถึง 1.5 หมื่นบาทต่อหัว ขณะที่ภาคอื่นๆ เพียง 1,000 บาทต่อหัว สวนทางกับจำนวนประชากรที่เป็นคนภาคอีสานสูงถึง 34% ภาคเหนือ 18.1% กรุงเทพฯ 17.2% ภาคกลาง 16.8% และภาคใต้ 13.8%
ปัญหาความไม่เท่าเทียมนี้เองที่เป็นรากเหง้าของหลายปัญหาของไทย ตั้งแต่ปัญหาการขาดแคลน แรงงานฝีมือ ไปจนถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง เพราะถ้าคนไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาหรือบริการได้ คนกลุ่มนี้ก็มักจะตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ง่าย
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหา ธนาคารโลกเสนอให้ภาครัฐเร่งทำให้การใช้จ่ายภาครัฐมีประสิทธิภาพและเท่าเทียมกันในแต่ละพื้นที่มากขึ้น โดยมุ่งใช้จ่าย ในภูมิภาคที่บริการภาครัฐยังด้อยกว่าที่อื่น และโอนงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ปรับปรุงการกระจายอำนาจให้มีขอบเขตการทำงาน ที่ชัดเจนมากขึ้นระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและ อปท. เพื่อลดการควบคุมจากหน่วยงานส่วนกลาง และควบรวม อปท.ที่มีขนาดเล็ก
ขณะเดียวกัน ต้องเพิ่มความรับผิดชอบในระดับท้องถิ่น สร้างมาตรการให้บริการภาครัฐให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นต้น







