
ติงแผนฟื้นสหกรณ์คลองจั่น
ธกส.ชี้ไม่มีรายละเอียดทวงหนี้ก้อนใหญ่กล่อมสมาชิกยุติฟ้องร้องได้เงินคืนแน่
ธกส.ชี้ไม่มีรายละเอียดทวงหนี้ก้อนใหญ่กล่อมสมาชิกยุติฟ้องร้องได้เงินคืนแน่
ธ.ก.ส.ติงแผนฟื้นฟูสหกรณ์คลองจั่น ไร้แผนติดตามหนี้รายใหญ่ของอดีตผู้บริหาร
นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัญหาสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นได้ส่งผลกระทบต่อสหกรณ์ทั่วประเทศ ด้านความเชื่อมั่น โดยขณะนี้เกิดปัญหาสมาชิกสหกรณ์หลายแห่งพยายามถอนเงินออกจากสหกรณ์ หรือขอกู้เงินจากสหกรณ์ให้มากที่สุด
นอกจากนี้ ปัญหาที่ห่วงมากคือเงินฝากสะสมที่สมาชิกมีกับสหกรณ์มีจำนวนลดน้อยลง ทำให้สหกรณ์แทบทุกประเภททั่วประเทศขาดสภาพคล่องมากขึ้น โดยไม่มีข่าวประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกของสหกรณ์ทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเหมือนที่ผ่านมา
นายชัยวัฒน์ ปกป้อง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ของคณะกรรมการสหกรณ์ชั่วคราว ว่า สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นควรมีข้อมูลรายละเอียดประกอบแผนให้ชัดเจนกว่านี้ เพราะเมื่อดูจากทรัพย์สิน หนี้สิน และทุนของสหกรณ์แล้ว ขณะนี้มีทรัพย์สินประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เช่น ลูกหนี้เงินยืมทดรอง 3,000 กว่าล้านบาท ลูกหนี้รายใหญ่ 1.2 หมื่นล้านบาท ลูกหนี้รายย่อย 2,000 กว่าล้านบาท และมีสินค้าอยู่ 4,000 กว่าล้านบาท ที่ดิน เป็นต้น ส่วนด้านหนี้สินก็ใกล้เคียง 2 หมื่นล้านบาท คือผู้ฝากเงินและผู้ให้เงินกู้ประมาณ 9,000 ล้านบาท เงินสะสมของสมาชิก 6,000 กว่าล้านบาท และทุนดำเนินงาน 4,000 กว่าล้านบาท
ทั้งนี้ จากทรัพย์สินที่มีอยู่ จะเห็นว่าต้องแก้ปัญหาที่กลุ่มลูกหนี้รายใหญ่ และต้องดูว่าสหกรณ์มีความสามารถในการติดตามหนี้มากน้อยเพียงใด รวมทั้งความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิกรายย่อยที่กู้เงินจากสหกรณ์
อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นต้องเพิ่มเติมในรายละเอียด โดยเฉพาะความสามารถในการทวงถาม ติดตามหนี้ และที่สำคัญในการทำแผนฟื้นฟู จะต้องให้เจ้าหนี้ยืนยันว่าจะยังไม่ฟ้องร้องสหกรณ์ เพราะถ้ามีการฟ้องร้องจะมีปัญหาในการทำแผนฟื้นฟู และคาดว่าหากเจ้าหนี้ดำเนินการฟ้องร้อง ก็จะได้เงินคืนไม่เกิน 20-30% แต่ถ้าให้สหกรณ์เดินต่อไป ก็อาจเป็นไปได้ว่าจะได้เงินต้นคืน 100%
“ทุกคนต้องร่วมมือกัน ยอมให้มีการฟื้นฟูสหกรณ์ และที่สำคัญเมื่อได้เงินมา ต้องมีคณะกรรมการมาดูแลว่าจะใช้จ่ายอะไรได้บ้าง” นายชัยวัฒน์ กล่าว
นายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ชั่วคราว กล่าวว่า แผนฟื้นฟูมีกรอบเวลา 15 ปีและในระยะสั้นจะต้องกู้เงินมาเสริมสภาพคล่องรวม 5,000 ล้านบาท โดยแผนฟื้นฟูระบุไว้ 3 ช่องทาง คือ 1.ของบ ประมาณจากรัฐบาลหรือจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) 2.กู้เงินจากสหกรณ์ขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องเหลือ และ 3.กู้จากธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นต้น
ขณะเดียวกันจะต้องติดตามหนี้ 28 บริษัท 32 สัญญา กว่า 1.3 หมื่นล้านบาท และเงินสำรองจ่าย 3,300 ล้านบาท ที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตผู้บริหารเป็นลูกหนี้







