
ม็อบทุบธุรกิจอาหารลดฮวบกว่า 30%
ส.ภัตตาคารไทยชี้การเมืองทุบอารมณ์คนทานข้าวนอกบ้าน สูญรายได้พันล้านต่อเดือน ไร้วี่แววขยายกิจการ เชื่อเดือนหน้าเห็นการเลิกจ้าง
ส.ภัตตาคารไทยชี้การเมืองทุบอารมณ์คนทานข้าวนอกบ้าน สูญรายได้พันล้านต่อเดือน ไร้วี่แววขยายกิจการ เชื่อเดือนหน้าเห็นการเลิกจ้าง
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ตั้งแต่ปลายเดือนต.ค.-ปัจจุบัน ส่งผลต่อการตัดสินใจเปิดร้านอาหารของผู้ประกอบการรายใหม่และการขยายกิจการของผู้ประกอบการรายเก่าในปีนี้เฉลี่ยลดลง 20-30% จากเดิมมีอัตราการเปิดร้านอาหารใหม่เฉลี่ยปีละ 10% จากจำนวนร้านอาหารในระบบ ประมาณ 3 แสนร้านทั่วประเทศ แบ่งเป็นกรุงเทพมหานครกว่า 1 แสนร้าน
ทั้งนี้ ในช่วงชัตดาวน์กรุงเทพใน 8 พื้นที่การชุมนุม ธุรกิจอาหารสูญเสียรายได้กว่า 3,000- 4,000 ล้านบาท เฉลี่ย 1,000 ล้านบาท/เดือน เนื่องจากร้านอาหารที่อยู่ในพื้นที่การชุมนุมกว่า 1 หมื่นร้าน ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารระดับบน ราคาอาหารค่อนข้างสูง โดยได้รับผลกระทบอย่างหนักยอดขายลดลงกว่า 70% เพราะผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าพื้นที่ เพราะปัญหาการจราจรที่ติดขัด ไม่มีพื้นที่จอดรถ
นอกจากนี้ผลกระทบทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต่างควบคุมต้นทุนการบริหารกิจการ ต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะการว่าจ้างพนักงานใหม่เข้าสู่กิจการ คาดว่าในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า หากการเมืองภายในประเทศไม่ยุติ ผู้ประกอบการร้านอาหารจะเลิกว่าจ้างพนักงานใหม่เข้าสู่ระบบอย่างน้อย 5-10%
“ผู้ประกอบการร้านอาหารต่างรัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายอย่างถ้วนหน้า ที่ผ่านมาการว่าจ้างงานจะมีเข้าออกในแต่ละร้านอาหารตลอดเวลา แต่นับจากนี้ เมื่อมีคนลาออก เจ้าของร้านจะไม่จ้างพนักงานใหม่เข้ามาเพิ่ม 1 คน อาจทำงานควบหลายตำแหน่ง เช่น พนักงานทำความสะอาด จากเดิมอาจมี 3-4 คน อาจเหลือร้านละ 1 คน เป็นต้น” นางฐนิวรรณ กล่าว
ด้านพฤติกรรมการรับประทานอาหารนอกบ้านของคนไทยมีความถี่ที่ลดลงกว่าครึ่ง จากเดิม 2 ครั้ง/สัปดาห์ เหลือเพียง 1 ครั้ง/สัปดาห์ รวมถึงค่าใช้จ่ายค่าคนต่อหัวลดลง จากเดิม 300 บาท/ครั้ง เหลือ 200 บาท/ครั้ง โดยคนไทยประหยัดการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะไม่มั่นใจต่อสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศในช่วงที่ขาดรัฐบาลมาขับเคลื่อนนโยบาย และปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อ ทำให้การใช้จ่ายการบริโภคอาหารลดลงด้วย







