posttoday
ไม่ปล่อยน้ำเขื่อน

ไม่ปล่อยน้ำเขื่อน

11 พฤษภาคม 2553

กฟผ.ชี้ภูมิพลสิริกิติ์เหลือน้อย เกษตรฯสั่งเลื่อนนาปีไป1เดือน

โพสต์ทูเดย์ — วิกฤตแล้ง กฟผ.ระงับปล่อยน้ำเขื่อนสิริกิติ์ภูมิพล หลังเหลือแค่พันล้าน ลบ.ม. เกษตรแนะ เลื่อนปลูกนาปีไป 1 เดือน

นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นทั่วประเทศขณะนี้ ส่งผลให้มีความต้องการน้ำในภาคเกษตรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเกษตรกรที่ทำนาปรังจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมา กฟผ.ได้ให้ความช่วยเหลือเพิ่มปริมาณการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์เต็มที่ จนถึงปัจจุบันไม่สามารถปล่อยน้ำได้อีก เพราะน้ำในอ่างทั้งสองเขื่อน เหลือรวมกันแค่กว่า 1,000 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น

ทั้งนี้ ตามแผนการปล่อยน้ำจากเขื่อนกำหนดไว้ว่า ในฤดูกาลนี้จะปล่อยน้ำ 6,000 ล้าน ลบ.ม. แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอให้ กฟผ.เพิ่มการปล่อยจากเขื่อนทั้งสองแห่ง ตั้งแต่เดือน ก.พ. อีก 1,7001,800 ล้าน ลบ.ม. เป็นอัตราปล่อยน้ำที่สูงสุดแล้ว หากต้องการให้ปล่อยน้ำเพิ่มอีก คงต้องรอให้มีฝนตกน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในเขื่อนมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำในเขื่อนที่ลดลงต่อเนื่องยังไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า เพราะปัจจุบัน กฟผ.ใช้น้ำในการผลิตไฟฟ้าสัดส่วนเพียง 5% เท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือในปีหน้า ปริมาณน้ำที่จะสำรองไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคในฤดูกาลถัดไป เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนที่น้อยส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนก็ต่ำไปด้วย ซึ่งต้องมีการบริหาร จัดการให้เพียงพอ

“ปีนี้เกษตรกรทำนาปรังกันมากประกอบกับสภาพอากาศที่แล้งผิดปกติ ทำให้มีความต้องการใช้น้ำกันมากขึ้น ซึ่งกฟผ.ช่วยเพิ่มปริมาณการปล่อยน้ำมากกว่าแผนที่กำหนดไว้แล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วงหากฝนทิ้งช่วงนานเกินไปจะกระทบต่อปริมาณน้ำต้นทุนในฤดูกาลหน้าจะเหลือน้อยไปด้วย นอกจากนี้คงต้องรอให้มีฝนตกเพื่อสะสมปริมาณน้ำในอ่างไว้ให้กับภาคเกษตรต่อไปเพราะกฟผ.ไม่สามารถปล่อยน้ำจาก2เขื่อนนี้ได้อีกแล้ว”นายสุทัศน์ กล่าว

**********เกษตรฯ เปิดขึ้นทะเบียนเกษตรกรโครงการประกันรายได้ รอบ 2 หลัง รอบแรกผ่านฉลุย เตือนชาวนาในทิ้งช่วงชะลอปลูกข้าวจนอีก 1 เดือนลดความเสียหาย

ด้านนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลได้ดำเนิน “โครงการประกันรายได้เกษตรกร” ปีการเพาะปลูก 2552/2553 (รอบที่ 1) พบว่าสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิดอย่างมาก ทั้งข้าวมันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นไปอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง กระทรวงเกษตรฯ ได้มีนโยบายให้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปี 2553/2554 (รอบที่ 2) โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิด (ทพศ.13) ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ครอบคลุมจังหวัดที่มีการเพาะปลูกทุกจังหวัด เพื่อให้ได้ฐานข้อมูลเกษตรกร รวมถึงพื้นที่ปลูก และพันธุ์ที่ปลูกถูกต้องตรงตามความเป็นจริง เตรียมพร้อมนำเข้าสู่โครงการประกันรายได้เกษตรกรในปีที่ 2 ต่อไป

นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรอำเภอทั่วประเทศ ทำหน้าที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว โดยจะเริ่มเปิดรับขึ้นทะเบียนตั้งแต่เดือนพ.ค.– ก.พ.54 ซึ่งครั้งนี้ตั้งเป้าว่า จะมีเกษตรกรสมัครใจขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 4,375,998 ราย แบ่งเป็น ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 400,328 ราย มันสำปะหลัง 447,306 ราย และผู้ปลูกข้าวไม่ต่ำกว่า 3,528,364 ราย***************สำหรับการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะเริ่มเปิดรับขึ้นทะเบียนก่อนพืชอื่น เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. – 15 ต.ค. 53 ส่วนการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวนาปีและมันสำปะหลัง คาดว่าจะรับขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. – 31 ต.ค. 53 ส่วนผู้ปลูกข้าวในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ จะรับขึ้นทะเบียนระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 53 – 28 ก.พ. 54 (ยกเว้นจังหวัดชุมพรขึ้นทะเบียนพร้อมภาคอื่น ๆ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 ตุลาคม 2553) ซึ่งผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการฯสามารถยื่นขึ้นทะเบียนได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสถานที่ที่สำนักงานเกษตรอำเภอนัดหมาย ตามช่วงเวลาที่กำหนดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น สำหรับการปลูกข้าวนาปีในปีนี้เนื่องจากเกิดปัญหาฝนทิ้งช่วง จึงเห็นว่าเกษตรกรชาวนาโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จะเริ่มทำนาปีควรชะลอการทำนา หรือการไถหว่านออกไปก่อนเพื่อรอเข้าสู่ฤดูให้เต็มที่ในเดือน ก.ค. เพื่อป้องกันการเสียหายของต้นกล้าและเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดด” นายอรรถกล่าว

ทั้งนี้ในรอบแรกมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 4,375,998 ราย แยกเป็น ผู้ปลูกข้าว จำนวน 3,528,364 ราย มันสำปะหลัง 447,306 ราย และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 400,328 ราย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท