
ร้อน-ศก.ฟื้นไฟพีก2.4หมื่นเมกะวัตต์
เบื้องต้นสำรอง25%ยังรับไหว เร่ง2โรงปี
’57เข้าระบบเร็วขึ้นโพสต์ทูเดย์
— กฟผ.หวั่น ยอดใช้ไฟฟ้าโตเร็ว คาดไฟพีกปีนี้ อาจทะลุ 2.4 หมื่นเมกะวัตต์ หลังอากาศร้อนจัดเศรษฐกิจฟื้นนายพิบูลย์ บัวแช่ม ผู้ช่วยผู้ว่าการระบบควบคุมกำลังผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การใช้ไฟฟ้าของประเทศ มีอัตราการขยายตัวต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญมาจากสภาพอากาศที่ร้อนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศ โดยคาดว่าตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (ไฟพีก) มีโอกาสแตะระดับ 2.4 หมื่นเมกะวัตต์ จากล่าสุดไฟพีกทำสถิติ เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ 2.39 หมื่นเมกะวัตต์ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่คาดที่ระดับ 2.36 หมื่นเมกะวัตต์
นอกจากนี้ ในช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ตัวเลขไฟพีกอยู่ที่ระดับ 2.3 หมื่นเมกะวัตต์ เป็นอัตราที่สูงใกล้เคียงกับวันธรรมดาที่เป็นวันทำงาน เนื่องจากสถิติการใช้ไฟฟ้าในช่วงวันหยุด จะมีอัตราต่ำกว่าวันธรรมดาประมาณ 1020% แต่ขณะนี้ภาพรวมการใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนไป โดยตัวเลขไฟพีกวันหยุดเกิดขึ้นในเวลา 21.00 น.
“
ตัวเลขไฟพีกมีโอกาสทะลุ 2.4 หมื่นเมกะวัตต์ หากสภาพอากาศยังร้อนต่อเนื่อง และจะทำให้อัตราการใช้ไฟฟ้าขยายตัวถึง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นฐานการใช้ไฟฟ้าที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นในปีหน้าหรือปีถัดๆ ไป คงต้องมีการเตรียมแผนการผลิตไฟฟ้าไว้รองรับ แม้ปัจจุบันจะมีตัวเลขสำรองไฟฟ้าอยู่ 25% ก็ตาม แต่ถ้าเศรษฐกิจขยายตัวและสภาพอากาศยังเป็นแบบนี้ทุกๆ ปี ก็จำเป็นต้องเร่งรัดเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และถ่านหิน จะมีข้อสรุปออกมาให้ชัดเจนว่าจะก่อสร้างได้เมื่อไหร่” นายพิบูลย์ กล่าวด้านนายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ช่วงนี้ที่อากาศร้อนจัดส่งผลให้ไฟพีก เกิดมาแล้ว 9 ครั้ง โดยไฟพีกล่าสุดอยู่ที่ 2.39 หมื่นเมกะวัตต์ และคาดว่าหากเดือนนี้ยังร้อนต่อเนื่อง พีกอาจจะเพิ่มกว่านี้ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากอากาศร้อนและเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวไตรมาสแรก ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกมากขึ้น ทำให้ตัวเลขไฟพีกสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ แต่คงไม่มีการปรับเป้าหมายกันใหม่ เนื่องจากจะเริ่มเข้าฤดูฝนแล้ว
ทั้งนี้ตัวเลขไฟพีกที่สูงขึ้น ยังไม่มีผลกระทบต่อกำลังการผลิตไฟฟ้าในขณะนี้ เนื่องจากยังมีสัดส่วนของสำรองไฟฟ้าเพียงพอ แต่ในระยะยาว หากโรงไฟฟ้าเอกชนแห่งใหม่ หรือไอพีพี ยังไม่สามารถสร้างเสร็จได้ทันตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (25532573) หรือ พีดีพี 2010 อาจเกิดความเสี่ยงได้ เนื่องจากไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจะกระทบต่อการจัดหาไฟฟ้าได้
อย่างไรก็ตาม กฟผ.เตรียมแผนรองรับในเบื้องต้น โดยจะเร่งรัดการนำโรงไฟฟ้จะนะ หน่วยที่ 2 และโรงไฟฟ้าวังน้อย หน่วยที่ 4 มีกำลังการผลิตรวม 800 เมกะวัตต์เข้าระบบ ให้เร็วขึ้นจากเดิมปี 2557นอจากนี้จะศึกษาว่ามีโครงการโรงไฟฟ้าแห่งไหนที่จะเข้าระบบได้เร็วขึ้นอีกหรือไม่
“
ขณะนี้ทางกระทรวงพลังงานยังรอการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นไอพีพี 2 แห่งที่จ.ฉะเชิงเทรา จะขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ตั้ง เนื่องจากถูกชุมชนคัดค้านการก่อสร้าง และทำให้โครงการต้องล่าช้าไปอีกประมาณ 12ปี ซึ่งหากได้ข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวจะทำให้ทราบแผนการผลิตไฟฟ้าในอนาคตได้ชัดจนยิ่งขึ้นรวมทั้งการหาแผนรองรับ”นายสุทัศน์ กล่าว






