
มาเลย์ใช้SMEหนุนการค้า
เชื่อแผนอุ้มธุรกิจดันส่งออกเพิ่มเน้นรุกตลาดอาเซียนใช้ประโยชน์‘เออีซี’
เชื่อแผนอุ้มธุรกิจดันส่งออกเพิ่มเน้นรุกตลาดอาเซียนใช้ประโยชน์‘เออีซี’
มาเลเซียเชื่อแผนอุ้มเอสเอ็มอีหนุนธุรกิจส่งออกอาเซียนอียู เพิ่ม ฟื้นการค้าประเทศโตแรง
มุสตาฟา โมฮัมเหม็ด รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของมาเลเซีย แสดงความมั่นใจว่า โครงการ “เอสเอ็มอีมาสเตอร์แพลน” ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค จะช่วยผลักดันศักยภาพ ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในประเทศให้สามารถส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดการค้าในประเทศให้ขยายตัวแตะ 5% ในปี 2014
ทั้งนี้ โครงการเอสเอ็มอีมาสเตอร์แพลน มีขึ้นเพื่อผลักดันให้มีการจัดตั้งธุรกิจขนาดเล็กเพิ่มขึ้น ตลอดจนพัฒนาผลิตภาพของธุรกิจและสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวกับนวัตกรรม โดยรัฐบาลคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการส่งออกของธุรกิจขนาดเล็กไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นตามแผนเปิด เสรีทางเศรษฐกิจและการค้าตามแผน รวมกลุ่มกันเป็นประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558
สำหรับสัดส่วนการส่งออกของมาเลเซียในปี 2013 ขยายตัวราว 2.4% หรือ คิดเป็นมูลค่า 1.71 หมื่นล้านริงกิต (ราว 1.68 แสนล้านบาท) มาอยู่ที่ 7.19 แสนล้านริงกิต (ราว 7 ล้านล้านบาท) หลังได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม บูรไน พม่า ลาว และไทย เพิ่มมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลคาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะปรับตัวเพิ่มมากขึ้นอีกหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ที่จะเปิดทางให้การค้าการลงทุนระหว่างกันเป็นไปอย่างเสรีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“สัดส่วนเอสเอ็มอีให้มีส่วนกระตุ้นภาคการค้าโดยรวมของมาเลเซียในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ราว 1920% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำ ทางรัฐบาลจึงตั้งเป้าว่า ภายใต้โครงการเอสเอ็มอีมาสเตอร์แพลน จะเข้ากระตุ้นสัดส่วนดังกล่าวให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 30%” โมฮัมเหม็ด ระบุ
นอกเหนือจากตลาดในอาเซียนแล้ว โครงการให้ความช่วยเหลือแก่เอสเอ็มอี ในด้านต่างๆ ยังช่วยกระตุ้นการส่งออก ไปยังตลาดทางฝั่งภูมิภาคยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี อิตาลี เบลเยียม และโปแลนด์ ซึ่งมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่าง ต่อเนื่องอีกด้วย







