
งานแสดงสินค้าฮาลาลกลยุทธ์หนุนเอสเอ็มอี
เสาวลักษณ์ ขันกสิกรรม
เสาวลักษณ์ ขันกสิกรรม
การขยายธุรกิจโดยการกระตุ้นการส่งออกเป็นกลไกสำคัญที่มาเลเซียวางไว้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติ ทั้งนี้ อีกทั้งยังตั้งเป้าที่จะผลักดันให้ประเทศกลายเป็นศูนย์กลางการส่งออกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
โมฮัมเมด ชูครี อับดุลลา ซีอีโอของบริษัท เชฟเปอร์ มาเลเซีย ที่ดำเนินธุรกิจออร์แกไนเซอร์อันดับต้นๆ ของมาเลเซีย จึงพยายามดำเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองนโยบายดังกล่าว โดยรับจัดงาน “ฮาลาล เฟียสต้า มาเลเซีย” (ฮาล์เฟส) ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าฮาลาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมาเลเซีย แถมพ่วงตำแหน่งงานแสดงสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซียอีกด้วย
โดยบริษัทมุ่งหวังให้งานนี้ช่วยจับคู่ทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอีในมาเลเซียกับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วโลก เพื่อต่อยอดและเชื่อมสัมพันธ์ทางการค้า
ผู้นำบริษัท เชฟเปอร์ มาเลเซีย กล่าวในงานแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนเพื่อประกาศความสำเร็จจากยอดขายในงานฮาล์เฟส ปี 2013 ว่า “เราอยากเห็นสินค้าเอสเอ็มอีของมาเลเซียที่ผลิตขึ้นตามเมืองเล็กๆ ในรัฐต่างๆ วางอยู่บนชั้นจำหน่ายสินค้าตามซูเปอร์มาเก็ตทั่วโลก ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยกระจายและสนับสนุนผลิตภัณฑ์เอสเอ็มอีของเราให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น”
ประธานบริษัทออร์แกไนเซอร์ยักษ์ใหญ่ของมาเลเซียกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากปี 2013 ที่ผ่านมา ว่า ประสบความสำเร็จอย่างมาก เห็นได้จากมีบริษัทสนใจเข้าร่วมงานสูงถึง 457 รายทั่วทั้งมาเลเซีย โดยเฉพาะผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่เข้าร่วมงานนี้อย่างคับคั่ง ซึ่งถ้านับเฉพาะซุ้มแสดงสินค้าฮาลาลก็มีจำนวนมากถึง 543 ร้าน แถมงานนี้ยังดึงดูดผู้เข้าชมงานได้กว่า 6.3 หมื่นคน มียอดขายรวมสูงถึง 13 ล้านริงกิต โดยภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กมีสัดส่วนรายได้จากยอดการขายทั้งหมดนี้มากถึง 53%
ถึงแม้จะมีรายได้รวมต่ำกว่าในปี 2012 ที่ทำสถิติรายได้สูงถึง 20 ล้านริงกิต แต่ผู้จัดชี้แจงว่าน่าจะเกิดจากงาน ปุตรา เวิลด์ เทรด 2012 ที่จัดขึ้นช่วงเดียวกัน ทำให้ผู้เข้าชมลดลง อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทมีเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนผู้มาร่วมงานฮาล์เฟส ปี 2014 ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งราวปลายเดือน ก.ย.นี้
โดยมีแผนที่จะเชิญผู้นำในธุรกิจเครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่อย่าง “ไจแอนท์” และ “เทสโก” มาร่วมงานแสดงสินค้าที่จะจัดขึ้นในปีนี้ด้วย เพื่อดึงกำลังซื้อของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ดังกล่าวมาอุดหนุนสินค้าที่ผลิตขึ้นโดยธุรกิจเอสเอ็มอีภายในประเทศ
จากการสอบถามนักธุรกิจที่เคยมาร่วมงานแสดงสินค้า พบว่า 93.69% ของผู้ที่เคยมาร่วมงาน เห็นว่า งานแสดงสินค้าฮาลาลเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยโปรโมทสินค้า และ 74.3% ตอบรับว่าจะมาร่วมงานอีกในปีนี้
ทั้งนี้ มาเลเซียเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าฮาลาลที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศภายใต้องค์กรความร่วมมืออิสลาม โดยมีประเทศปลายทางการส่งออกสินค้าฮาลาลที่สำคัญ ได้แก่ จีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น
จากความสำเร็จของการจัดงานการประชุมสินค้าฮาลาลโลกปี 2006 ทำให้รัฐบาลมาเลเซียบรรจุเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาประเทศระยะยาว 15 ปี โดยวางเป้าหมายจะก้าวเป็นศูนย์กลางสินค้าและบริการฮาลาลของโลก พร้อมทั้งโอนย้ายงานดังกล่าวเข้ามาอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานส่งเสริมการส่งออกของรัฐบาลมาเลเซีย ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา
โมฮัมเมด ชูครี ประธานบริหาร บริษัท เชฟเปอร์ มาเลเซีย กล่าวอย่างภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ดูแลงานแสดงสินค้าอย่างต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จอย่างสูงในการพัฒนางานไปสู่การจัดแสดงสินค้าฮาลาลระดับโลก







