
ย้ายรถ-คนเข้าระยองเพิ่มภาษีพัฒนาจังหวัด
โพสต์ทูเดย์
— กนอ. ผนึก ส.อ.ท. ภาคเอกชนในมาบตาพุด ย้ายทะเบียนรถทะเบียนราษฎรเข้า จ.ระยอง หวังนำภาษีพัฒนาท้องถิ่นนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามความร่วมมือระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ส.อ.ท. และชมรมผู้ประกอบการ การนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่มาบตาพุด เพื่อให้กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก 6 กลุ่มในพื้นที่มาบตาพุดและพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ อุตสาหกรรมเคมี ปิโตรเคมี พลาสติก ไฟฟ้า โรงกลั่น และเหล็ก ได้ลงนามความร่วมมือเพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานและบุคลากรของแต่ละองค์กรที่ทำงานในพื้นที่โอนย้ายทะเบียนรถและทะเบียนราษฎรมาอยู่ใน จ.ระยอง
ทั้งนี้ เพื่อให้รายได้จากภาษีต่างๆ มาพัฒนาพื้นที่ จ.ระยอง โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการที่แสดงเจตนารมณ์ย้ายทะเบียนรถแล้วจำนวน 1,500 คัน จาก 6 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมเคมี ปิโตรเคมี พลาสติก ไฟฟ้า โรงกลั่น และเหล็ก
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะให้พนักงานย้ายทะเบียนบ้านมาที่ จ.ระยอง และจดทะเบียนบริษัทในท้องถิ่น เพื่อให้ผู้ประกอบการมายื่นชำระภาษีมูลค่าเพิ่มที่จังหวัด ซึ่งตามกฎหมายภาษีที่จัดเก็บได้ในจังหวัดจะส่งมอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 5% ของภาษีที่จัดเก็บได้ โดยแต่ละปีแต่ละบริษัทในมาบตาพุดมีรายได้รวมกันกว่าแสนล้านบาท หากเสียภาษีเข้าจังหวัดจะเป็นการนำรายได้สู่ท้องถิ่นโดยตรงจำนวนมาก
“
งบประมาณที่เข้ามาในจังหวัดส่วนใหญ่พิจารณาตามจำนวนประชากรในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้จ.ระยองมีประชากรประมาณ 5 หมื่นคน เท่านั้น แต่มีประชากรแฝงที่ทำงานอยู่ในพื้นที่รวมกว่า 2.5 แสนคน ถ้าพนักงานบริษัทย้ายมาจดทะเบียนราษฎร์ในพื้นที่จะมีส่วนช่วยให้มีการจัดสรรงบประมาณเข้ามามากขึ้นขณะเดียวกันเงินที่ได้จากการเก็บ ภาษีธุรกิจต่างๆ จะนำมาแก้ไขปัญหามลภาวะที่ผู้ประกอบการมีส่วนสร้าง รวมถึงนำมาพัฒนาโรงเรียน โรงพยาบาล และสาธารณูปโภคอื่นๆ ในท้องถิ่นด้วย
จากแนวคิดนี้ภาคเอกชนได้นำเสนอรัฐบาลผ่านที่ประชุมคณะกรรมการภาครัฐร่วมเอกชน (กรอ.) แล้วในการจัดทำพื้นที่นี้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้เกิดการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม และรายได้ส่วนหนึ่งให้นำสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นธรรม
สำหรับความเชื่อมั่นของนักลงทุนก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยปัญหามาบตาพุดก็เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี ขณะที่ปัญหาการเมืองก็ผ่อนคลายลงมาก
“
งบที่เข้ามาในจังหวัดส่วนใหญ่พิจารณาตามจำนวนประชากรในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ระยอง มีประชากร5 หมื่นคนเท่านั้น แต่มีประชากรแฝงที่ทำงานอยู่ในพื้นที่กว่า 2.5 แสนคน” นายพยุงศักดิ์ กล่าวพนักงานบริษัทย้ายมาจดทะเบียนราษฎร์ในพื้นที่จะมีส่วนช่วยให้มีการจัดสรรงบประมาณเข้ามามากขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการหลังจากนี้ เช่น การเลือกตั้ง ก็ต้องทำตามระบอบประชาธิปไตย และทุกฝ่ายก็ควรจะยอมรับ ส่วนระยะสุญญากาศทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ก็คงต้องมีบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะส่งผลอะไร เนื่องจากงบประมาณต่างๆ ต้องเดินไปตามแผนที่วางไว้อยู่แล้ว






