
วรรณผุดกองหุ้นยุโรปตั้งเป้ากำไร12%
บลจ.วรรณ คลอดกองทุนลุยซื้อหุ้นยุโรป รับเศรษฐกิจฟื้นตัว ตั้งเป้าผลตอบแทน 12% ใน 12 เดือน
บลจ.วรรณ คลอดกองทุนลุยซื้อหุ้นยุโรป รับเศรษฐกิจฟื้นตัว ตั้งเป้าผลตอบแทน 12% ใน 12 เดือน
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า บริษัทเปิดขายกองทุนเปิด วรรณ ยูโรเปี้ยน ฟันด์ 12 (ONEEURO) ระหว่างวันที่ 1119 ก.พ. 2557 เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ของกลุ่มประเทศยุโรป โดยตั้งเป้าหมายผลตอบแทน 12% ต่อปี
กองทุนจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ เมื่อกองทุนมีมูลค่าหน่วยลงทุนผ่านระดับ 10.30 บาท 10.60 บาท 10.90 บาท และจะเลิกกองทุนเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 11.25 บาท โดยกองทุนกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท
สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุนจะเน้นหุ้นใน EURO STOXX50 Index ดัชนีหุ้นชั้นนำ 50 หุ้นของประเทศในกลุ่มยูโรโซนจำนวน 12 ประเทศ ใช้กลยุทธ์ คัดหุ้นคุณภาพดีเป็นรายบริษัท เพื่อสร้างโอกาสผลตอบแทนจากประโยชน์ของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในกลุ่มยูโรโซน รวมทั้ง บริหารจัดการแบบเชิงรุก สามารถลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ตั้งแต่ 0100% เพื่อลดความเสี่ยงในภาวะตลาดผันผวน และป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างน้อย 90% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ
นายวิน กล่าวว่า บริษัทมีมุมมองต่อเศรษฐกิจยูโรโซนในเชิงบวกมากขึ้น โดยดัชนีชี้นำต่างๆ ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ ทั้งด้านการลงทุน การส่งออก และการบริโภคที่ดีขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อตลาดแรงงานในช่วงต่อไป ถึงแม้ตัวเลขอัตราการว่างงานในปัจจุบันยังคงสูง
นอกจากนี้ ธนาคารต่างๆ ในยุโรปเริ่มทยอยปล่อยกู้มากขึ้น หลังจากปรับโครงสร้างมาตลอด 4 ปี ซึ่งน่าจะเป็นตัวกดดันเศรษฐกิจได้มากขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปยังมีเครื่องมือสนับสนุนเศรษฐกิจ เช่น การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย การเปิดให้ธนาคารพาณิชย์เข้าร่วมประมูลเงินกู้แบบไม่จำกัดวงเงินให้แก่ธนาคารพาณิชย์ในยุโรปที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง และการเข้าซื้อพันธบัตรของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปโดยไม่จำกัดวงเงิน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ทางการยุโรปสามารถสนับสนุนการเติบโตของตลาดแรงงานได้
ด้านโยบายของธนาคารกลางยุโรปเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านการตรวจสอบคุณภาพสินทรัพย์ที่กำลังจะมาถึง เป็นจังหวะที่ดีสำหรับการทดสอบความแข็งแกร่งของภาคธนาคารพาณิชย์ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากผ่านการทดสอบจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจมากขึ้น ส่วนปัญหาภาวะเศรษฐกิจยูโรโซนที่ยังเผชิญกับความเสี่ยงของภาวะเงินฝืด ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ มองว่าเป็นโอกาสเข้าซื้อสินทรัพย์
“ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นตั้งแต่ปี 2555 สะท้อนการฟื้นตัวเบื้องต้นของเศรษฐกิจ และปัจจุบันมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับต่ำ ราคากำไรของบริษัทจดทะเบียน (พี/อี) 13 เท่า ขณะที่อัตราการเติบโตกำไรต่อหุ้นมีแนวโน้มปรับขึ้นในอนาคต ซึ่งหากเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่องจะทำให้กำไรบริษัทจดทะเบียนมีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าของตลาดปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจ เป็นโอกาสดีสำหรับการลงทุนในหุ้นยุโรปในช่วงนี้” นายวิน กล่าว
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ การบริโภค และการผลิตสินค้าและบริการ โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือยซึ่งได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจฟื้นตัว รวมทั้งการปล่อยสินเชื่อที่เร่งขึ้น หลังเศรษฐกิจทยอยผ่านวิกฤตที่รุนแรงมาแล้ว







