posttoday
เมื่อซื้อมากกว่าใช้ก็ต้องจ่าย

เมื่อซื้อมากกว่าใช้ก็ต้องจ่าย

11 กุมภาพันธ์ 2557

สมัยก่อนปู่ย่าตายายจะเล่าให้ฟังถึงความภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างองค์กรขนาดใหญ่ เราฟังก็รู้สึกเคลิ้มตามถึงความยิ่งใหญ่ ...คุณตาผมเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนตอนท่านหนุ่มๆ ประเทศไทยยังไม่มีอะไรเลย เอาง่ายๆ ว่าขนาดเก็บเงินคนยังเอาเก็บไว้ที่บ้านเลย ...มันเป็นยุคเริ่มต้นที่คนยังไม่รู้จักการฝากธนาคาร เพราะหลักๆ ก็ไม่เชื่อถือและไม่แน่ใจว่าถ้าเอาเงินตัวเองไปฝากแล้วจะได้เงินคืนหรือไม่

สมัยก่อนปู่ย่าตายายจะเล่าให้ฟังถึงความภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างองค์กรขนาดใหญ่ เราฟังก็รู้สึกเคลิ้มตามถึงความยิ่งใหญ่ ...คุณตาผมเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนตอนท่านหนุ่มๆ ประเทศไทยยังไม่มีอะไรเลย เอาง่ายๆ ว่าขนาดเก็บเงินคนยังเอาเก็บไว้ที่บ้านเลย ...มันเป็นยุคเริ่มต้นที่คนยังไม่รู้จักการฝากธนาคาร เพราะหลักๆ ก็ไม่เชื่อถือและไม่แน่ใจว่าถ้าเอาเงินตัวเองไปฝากแล้วจะได้เงินคืนหรือไม่

ยุคนั้นคุณตาผมต้องตระเวนหาเงินมาฝากธนาคาร ซึ่งยากลำบากมาก ...ครับ นั่นคือตำนานนึงที่ผมฟังแล้วรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่มากๆ ...เพราะใครจะเชื่อว่าหลังจากนั้น 50 กว่าปี ธนาคารกรุงเทพจะกลายเป็นหนึ่งในธนาคารทีใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศมีเงินฝากกว่าล้านล้านบาท ...มันเกินจินตนาการจริงๆ ของคำบอกเล่าจากคุณตาของผม คุณวิระ รมยะรูป ผู้จัดการสาขาคนแรกของธนาคารกรุงเทพ ยุคที่ต้องพายเรือไปหาเงินฝากนั่นแหละ!!

วันนี้ชีวิตของคนไทยเริ่มเปลี่ยนไป เรากลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เดินตามก้นฝรั่งแบบติดตูด ...ตั้งแต่การทำงาน วิถีชีวิต และการบริโภคสุดโต่ง ...และแน่นอนสิ่งที่เรารับมาเต็มๆ อีกอย่างจากโลกตะวันตกก็คือ American Dream

อะไรคือ American Dream ก็คือ “การต้องการมีอิสรภาพ มีความเท่าเทียม ...และนั่นแสดงออกได้ด้วยการมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ซึ่งยุคต่อมาก็เพี้ยนๆ มาว่า ใครก็ตามที่ยืนได้อย่างสง่างามในสังคม ต้องมีบ้าน และมีรถยนต์คู่ใจ เพราะสองสิ่งนี้บ่งบอกความเป็นอิสระที่สามารถขับรถไปที่ไหนก็ได้ และบ้านซึ่งบอกความเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเจ้าของแผ่นดิน”

เออถามจริงๆ เถอะ การเป็นเจ้าของทั้งบ้านและรถยนต์มันบ่งบอกความภูมิใจของการครอบครองก็จริง แต่สุดท้ายคุณรู้ไหมว่า คนส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถผ่อนบ้านได้และโดนยึดในที่สุด ...วิธีการสร้างความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินเหล่านี้ มันมาจุดเป็นกระแสเมื่อสัก 10 ปีที่ผ่านมานี้เอง ที่ระบบการเงินโดยเฉพาะการกู้ซื้อบ้านมันเริ่มเป็นที่นิยม ...แนวคิดง่ายๆ ในเวลานั้นก็คือ ที่ดินจะมีราคาขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้น ใครก็ตามที่ครอบครองที่ดินก็จะรวยขึ้นเรื่อยๆ (แต่ปี 2008 แฮมเบอร์เกอร์ Crisis ก็สอนให้มนุษย์รู้ว่า ที่ดินลงได้และลงหนักได้เกินจินตนาการ)

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คนส่วนใหญ่กลับมาทำงานอย่างหนัก เพื่อที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัว ซึ่งในเวลานั้นใครๆ ก็มีลูกเยอะ เพราะค่านิยมสมัยสงครามคือ คนส่วนใหญ่กลัวไม่มีลูกสืบสกุลเพราะไปรบอาจเสียชีวิต ทำให้คนในยุคนั้นนิยมมีลูกมากๆ ...แต่พอสงครามจบมันก็กลายเป็นปัญหาที่สำคัญก็คือ คนมากขนาดนี้จะเลี้ยงดูกันอย่างไร ...ซึ่งหลังสงครามโลกมันตามมาด้วย การ Boom ของยุคอุตสาหกรรมใหม่ หรือ Mass Production ที่มุ่งการผลิตสิ่งของเครื่องใช้ อุปโภค บริโภค ให้มากที่สุด เพราะยุคนั้นความต้องการ หรือ Demand ในการบริโภคสินค้ามันเยอะมาก ...ก็ทุกคนที่เกิดมาต้องกินต้องใช้ ก็ทำให้ใครผลิตอะไรมาก็ขายได้ ...มันเป็นยุคที่ Demand มากกว่า Supply อย่างแท้จริง

เป็นเวลากว่า 30 ปี ที่ทุกคน Enjoy กับช่วงเวลาที่คนขยันรวยทุกคน เพราะไม่ว่าคุณจะคิดหรือทำอะไรขึ้นมา ก็จะมีคนซื้อเสมอ ...เรียกว่า ผลิตไปเถิด เดี๋ยวมีคนซื้อเอง ...จากวันนั้นถึงวันนี้การผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคมันเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับจำนวนการเกิดของประชากรที่นับวันครอบครัวจะมีลูกน้อยลงและเล็กลงเรื่อยๆ ...ผลก็คือ สินค้าต่างๆ ที่แข่งกันผลิตอย่างไม่หยุดยั้งเริ่มล้นตลาด มันเริ่มมี Supply มากกว่า Demand ประกอบกับการเร่งผลิตสินค้ามันใช้ทรัพยากรธรรมชาติในทุกๆ ด้าน จนทำให้วันนี้วัตถุดิบในการผลิตหลายๆ อย่างเริ่มเข้าสู่ภาวะขาดแคลน

วันนี้ถ้าเอาของที่มนุษย์คนนึงสามารถเลือกซื้อ ผมเชื่อว่ามันจะกองเป็นภูเขา ...มันแปลว่าวันนี้คนบนโลกมีทางเลือกในการซื้อสินค้าและบริการมากกว่าที่เขาสามารถจะใช้หลายเท่า ...ครับ!! เรามาถึงยุคที่คุณและผมท่วมไปด้วยขยะ ...เราทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้วสะสมสิ่งที่เป็นขยะ ซึ่งจริงๆ ของส่วนใหญ่ที่เราซื้อในวันนี้มันไม่ได้เป็นสิ่งที่จำเป็น ...ภาพที่เกิดขึ้นคือ เรากำลังทำงานหนักเกินความจำเป็น เพื่อซื้อของที่ไม่ได้มีความจำเป็นจริงๆ ต่อเรา ...วันนี้คนส่วนใหญ่สร้างหนี้เพิ่มขึ้น แล้วก็ซื้อของที่ไม่จำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ...คำถามคือ วันนี้เราทุกคนกำลังเข้าสู่ค่านิยมการบริโภคแบบสุดโต่ง ที่พาเราเข้าสู่ทางตันของระบบทุนนิยมที่หลายๆ คนเริ่มมองเห็นแล้ว

ถ้าวันนี้มีใครมาถามผมว่า เขาจะเริ่มธุรกิจอะไรดีที่มี Supply น้อยกว่า Demand ...คือ ยังเหลืออะไรในโลกบ้างที่เราจะผลิตขึ้นมาแล้วมีคนต้องการสิ่งนั้นมากกว่าจำนวนที่เราผลิต ...หลายคนคงต้องเกาหัวสิบตลบ เพราะมองไม่เห็นเลยว่าวันนี้จะยังเหลืออะไรที่คนผลิตน้อย แต่คนต้องการใช้มาก ...นี่เลย Junk Storage “ที่เก็บขยะไงครับ” ...ฝรั่งเขาเรียก SelfStorage คือ ให้เช่าที่เก็บของ ...วันนี้ต่างประเทศกลายเป็นที่นิยมมาก เพราะคนส่วนใหญ่ซื้อของเกินกว่าที่เขาใช้จนไม่มีที่เก็บ และก็ไม่กล้าทิ้งของเหล่านั้นเพราะเสียดายดันซื้อมาแล้ว จึงต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเช่าที่เก็บขยะเหล่านี้ ...สุดๆ อ่ะ!! มันเพื่ออะไร ทำไมเราทำงานหนักซื้อของที่เราไม่ได้จำเป็น และยังต้องเสียเงินเพิ่มซื้อที่เก็บขยะเหล่านี้ เพราะมันเสียดายเกินกว่าจะทิ้ง ...ตลกดี แต่ถ้าคุณเห็นสิ่งที่ผมพูด โอกาสทำธุรกิจอีกมากมายมันเปิดประตูให้คุณเห็นแล้ว ...จัดไปครับ จัดไป!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท