
‘ไทยคม’ลั่นกลยุทธ์หนุนกำไรนิวไฮทุกปี
“ไทยคม” ลั่นกำไรนิวไฮปี 2556 และ 2557 13 ก.พ. ชงบอร์ดปันผลเพิ่มมาร์จิ้นต่อยอดธุรกิจและหาพันธมิตร
“ไทยคม” ลั่นกำไรนิวไฮปี 2556 และ 2557 13 ก.พ. ชงบอร์ดปันผลเพิ่มมาร์จิ้นต่อยอดธุรกิจและหาพันธมิตร
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม (THCOM) เปิดเผยว่า ผลประกอบการในปี 2556 น่าจะทำกำไรสุทธิสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่องเป็นไปตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ ในวันที่ 13 ก.พ.นี้ คณะกรรมการ (บอร์ด) จะมีการประชุมพิจารณาวาระสำคัญ คือ การอนุมัติจ่ายเงินปันผลตามนโยบายไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ
สำหรับแนวโน้มในปี 2557 คาดว่ากำไรจะมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง เพราะมีแหล่งรายได้ใหม่ๆ เข้ามา เช่น การรับรู้รายได้เต็มปีจากดาวเทียมไทยคม 6ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการใช้งานเฉลี่ยของลูกค้าอยู่ที่ประมาณ 66% โดยในส่วนไทยและกลุ่มประเทศอินโดจีนใช้เต็มแล้ว อีกทั้งยังมีโอกาสได้ลูกค้าในแอฟริกาด้วย ส่วนไทยคม 7 จะเริ่มสร้างรายได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป โดยมียอดขายล่วงหน้าแล้วประมาณ 40%
ในปี 2557 จะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ คือ ธุรกิจบริหารจัดการคอนเทนต์ (Content Delivery Network) ซึ่งได้ลงนามในสัญญาเพื่อให้บริการกับลูกค้าบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดรายใหญ่ของสหรัฐ 1 แห่ง และบริษัท กันตนา เพื่อให้บริการและติดตั้งระบบส่งสัญญาณถ่ายทอดออกอากาศภาพยนตร์มายังโรงฉายภาพยนตร์ทดแทนการใช้ฟิล์มและเซิร์ฟเวอร์ ถือเป็นผู้ประกอบรายแรกในเอเชีย ซึ่งในปีนี้เฟส 1 จะติดตั้งระบบรับส่งสัญญาณให้กับโรงภาพยนตร์จำนวน 8001,000 จุด ใน 4 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
นอกจากนั้น ยังให้บริการอินเทอร์เน็ตไวไฟ ให้กับกลุ่มสายการบินต่างๆ ผ่านสัญญาณดาวเทียม โดยเริ่มให้บริการกับสายการบินนกแอร์ และจะมีลูกค้าเพิ่มอีก
ช่วงปลายปี 2556 บริษัทได้ลงนามกับบริษัท โกลบอล อีเกิล เอนเตอร์เทนเมนต์ ของสหรัฐ ผู้ให้บริการสื่อสารในระบบไวไฟ ผ่านดาวเทียม และสื่อเพื่อความบันเทิงบนเครื่องบินกับสายการบินชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก เพื่อร่วมพัฒนาบริการผ่านดาวเทียมของไทยคม
ล่าสุด บริษัท ไอพีสตาร์ ออสเตรเลีย พีทีวาย ซึ่งเป็นบริษัทลูกได้ซื้อกิจการบริษัท โอไรออน แซตเทลไลต์ ซิสเทม พีทีวาย ซึ่งให้บริการโครงข่ายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในกลุ่มลูกค้าองค์กรในออสเตรเลียในสัดส่วนที่สูง ทำให้บริษัทได้ฐานลูกค้าองค์กรที่สร้างรายได้เข้ามาทันที และได้ทีมบริหารเดิมที่เชี่ยวชาญมาทำงาน
ขณะที่ตลาดในออสเตรเลียมีศักยภาพเติบโตสูง และเป็นการเพิ่มฐานลูกค้าเฉพาะครัวเรือนจากการร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท เอ็นบีเอ็น
“กลยุทธ์สำคัญที่จะยังทำต่อเนื่องจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มอัตรากำไรให้สูงขึ้น คือ การให้บริการที่ครบวงจร มีโซลูชั่นให้ลูกค้าเพื่อใส่มูลค่าเพิ่มให้กับบริการที่ขายกับลูกค้า โดยเราจะหาพันธมิตรที่เชี่ยวชาญมาทำแทน” นางศุภจี กล่าว







