
ปลุกบ้านแนวราบกู้ยอดขายไตรมาสแรก
สุกัญญา สินถิรศักดิ์
สุกัญญา สินถิรศักดิ์
หลังจากบรรดาผู้ประกอบการรายใหญ่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ประกาศแผนลงทุนในปี 2557 โดยส่วนใหญ่ล้วนเป็นไปทิศทางเดียวกัน นั่นคือ ปรับเพิ่มสัดส่วนโครงการบ้านแนวราบมากขึ้น เนื่องจากในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา รายใหญ่เทน้ำหนักกับโครงการคอนโดมิเนียม จนทำให้ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมมีอุปทานที่ขายอยู่ในตลาดจำนวนมาก และในบางทำเลยังส่งสัญญาณโอเวอร์ซัพพลายด้วย อีกทั้งการที่ปัจจัยการเมืองที่ไม่เอื้อให้เปิดตลาดคอนโดมิเนียมในเวลานี้ ยังทำให้การเปิดฉากไตรมาสแรกของผู้ประกอบการหลายค่ายล้วนประเดิมกันด้วยโครงการบ้านแนวราบ
เอพีเอคิว ลุยบ้านหรู
สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่อย่างค่ายเอพี เปิดตลาดปีนี้ด้วยโครงการบ้านระดับไฮเอนด์ โดย วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ตลาดบ้านแนวราบอาจไม่ได้หวือหวาเหมือนคอนโดมิเนียม แต่ก็เป็นตลาดที่มีความต้องการต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดบ้านหรูที่มีความต้องการ แต่มีอุปทานในตลาดไม่มาก โดยปลายสัปดาห์นี้เอพีจะเปิดตัวโครงการโซล (SOUL) รัชดาฯ 68 อย่างเป็นทางการ จำนวน 30 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 25.5 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี เพราะหลังจากที่ทดลองเปิดขายให้กับกลุ่มลูกค้าวีไอพี บ้านที่ปิดการขายได้ภายในงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบ้านหลังใหญ่ ราคา 30 ล้านบาท
ขณะที่บริษัท เอคิว เอสเตท ก็เปิดฉากปีนี้ด้วยบ้านแนวราบเช่นกัน ภายใต้แบรนด์ “ฟิฟทีน เกทส์ (15 GATES)” บนทำเลประดิษฐ์มนูธรรม จำนวน 15 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 23 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวม 315 ล้านบาท ส่วนกลุ่มแนเชอรัล พาร์ค หรือเอ็นพาร์ค ก็อยู่ระหว่างออกแบบและคิดแบรนด์ใหม่ให้กับโครงการบ้านหรูใจกลางเมือง ย่านสุขุมวิท 77 จำนวน 200 ยูนิต บนพื้นที่ 20 ไร่ ราคาขายเริ่มต้น 30 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 300 ล้านบาท
“บ้านระดับบนเป็นสินค้าที่มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ แม้ตลาดจะไม่ใหญ่ แต่มีความต้องการต่อเนื่อง ที่สำคัญผู้เล่นในตลาดมีน้อย อุปทานที่อยู่ในตลาดจึงไม่มีมาก” นคร ลักษณกาญจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แนเชอรัล พาร์ค กล่าว
น้องใหม่พร้อมสู้ด้วยทำเล
ปริญญา เธียรวร ประธานกรรมการ บริษัท วี.เอ็ม.พี.ซี. กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์การเมืองที่ไม่นิ่ง จะทำให้ยอดขายบ้านหรูชะลอตัวไปบ้าง เพราะบรรยากาศในการซื้อขายไม่เอื้อ แต่ก็ไม่ได้ชะลอ เพราะได้รับผลกระทบทางด้านกำลังซื้อ โดยลูกค้าบ้านหรูเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมตัดสินใจซื้อ หากเจอทำเลที่ใช่และฟังก์ชั่นบ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการ ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการรายเล็ก พร้อมสู้ด้วยทำเล และหลังจากที่ทดลองทำโครงการแรก บ้านหรูย่านพระราม 2 ภายใต้แบรนด์แอสเทร่า เรสซิเดนซ์ พุทธบูชา จำนวน 10 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาท แล้วได้รับการตอบรับที่ดี ในเดือน มี.ค.นี้ จะเปิดตัวอีก 1 โครงการ แอสเทร่า ไพรด์ แอท พระราม 2 จำนวน 47 ยูนิต ราคาเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
พฤกษายังเกาะตลาด 35 ล.
ขณะที่รายใหญ่อย่างกลุ่มพฤกษา เรียลเอสเตท ก็ออกมาประกาศแนวทางที่ชัดเจนในปีนี้ว่าจะรุกตลาดบ้านเดี่ยว โดยในปีนี้จะขยับสัดส่วนลงทุนโครงการบ้านเดี่ยวเพิ่มเป็น 28% หรือ 912 โครงการ มีมูลค่าโครงการรวม 11,480-12,600 ล้านบาท เน้นตลาดระดับราคา 35 ล้านบาท เพราะประเมินแล้วว่าเป็นตลาดที่มีความต้องการสูง และเป็นฐานใหญ่ของพฤกษา ส่วนผู้ประกอบการรายกลางอย่างกลุ่มธนาสิริ ก็พร้อมเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ ไม่หวั่นการเมืองร้อนเช่นกัน โดยจะเปิดบ้านแนวราบโครงการใหม่ “ธนาวิลเลจ พระราม 5บางใหญ่ จำนวน 82 ยูนิต” ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 3 ล้านบาท
ท่ามกลางการเมืองร้อนและส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อที่ชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด แต่ดูเหมือนบรรดา “บิ๊กอสังหาฯ” จะส่งสัญญาณไม่รอการเมืองสงบแล้ว ขอลุยตลาดบ้านแนวราบกู้ยอดไตรมาสแรก ซึ่งเชื่อได้เลยว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเปิดศึกบ้านแนวราบเท่านั้น







