
คลีนิกความงามไม่โต"ราชเทวี"ย้ำจุดต่างหนีคู่แข่ง
รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ธุรกิจคลินิกความงามในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้จัดว่าเป็นยุคแห่งความเฟื่องฟู แต่นับตั้งแต่ประเทศไทยประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเมื่อปีที่ผ่านมาและลากยาวถึงปีนี้ พฤติกรรมสาวไทยที่ห่วงสวยได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเงินในกระเป๋าลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ธุรกิจคลินิกความงามในปีนี้ต้องปรับตัวรับมือกับสถานการณ์เช่นกัน
อรรควุฒิ สุวรรณประกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจคลินิกรักษาปัญหาผิวพรรณ เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การชุมนุมทางการเมืองในปีนี้ ส่งผลให้แนวโน้มธุรกิจคลินิกเพื่อความงามและรักษาปัญหาผิวที่มีมูลค่า 8,000 ล้านบาท ไม่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องติดต่อกัน 2 ปีซ้อน หรือระหว่างปี 2556-2557
ทั้งนี้ จากการสำรวจเอซี นีลเส็น เมื่อปีที่ผ่านมา พบว่ากำลังการซื้อของสาวไทยลดลง จึงมีพฤติกรรมเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น โดยคำนึงถึงคุณสมบัติการใช้งานมากกว่าจะซื้อเพื่อตอบสนองทางอารมณ์เหมือนในอดีต ขณะที่ปริมาณการซื้อเครื่องสำอางโดยเฉลี่ยลดลงจาก 13 ชิ้นต่อคน เหลือเพียง 9 ชิ้นต่อคนเท่านั้น เพราะซื้อเท่าที่จำเป็นต้องใช้
สำหรับในเซ็กเมนต์คลินิกเพื่อความงามมูลค่า 4,800 ล้านบาท ก็หดตัวลง เพราะหญิงไทยลดพฤติกรรมเข้าไปใช้บริการชะลอริ้วรอยและเพื่อผิวขาว ส่วนเซ็กเมนต์คลินิกรักษาปัญหาผิวพรรณ สิว ฝ้า กระ มูลค่า 3,200 ล้านบาท ยังมีอัตราการเติบโตได้ดีท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะเป็นปัญหาที่ผู้หญิงยังให้ความสำคัญ
ขณะที่ตัวเลขสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ากลุ่มวัยรุ่นอายุ 14-25 ปี กว่า 12 ล้านคน ซึ่ง 20% ในจำนวนนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายรักษาสิวด้วยแพทย์ต่อครั้งถึง 600 บาท หรืออย่างน้อย 3 ครั้งต่อเดือน และต้องใช้เวลาในการรักษานานถึง 3 เดือน หรือโดยเฉลี่ยใช้เงินรักษากว่า 5,000 บาท มีมูลค่าสูงถึง 1.3 หมื่นล้านบาท ส่วนตลาดครีมบำรุงผิวมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท
สำหรับแผนธุรกิจ ราชเทวี คลินิก จะตอกย้ำตำแหน่งการตลาดเป็นผู้เชี่ยวชาญรักษาสิว โดยชูฟังก์ชันนัลหรือประสิทธิภาพการรักษา แตกต่างจากธุรกิจคลินิกความงามคู่แข่ง อาทิ นิติพล คลินิก และวุฒิศักดิ์ คลินิก ที่จะใช้กลยุทธ์นำดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงมาเป็นจุดขาย แข่งขันทำโปรโมชั่น ลดราคา การผ่อน 0% ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น
“คลินิกรักษาสิวการแข่งขันมีน้อยกว่า ซึ่งปัจจุบันในตลาดมีเพียงพรเกษมและราชเทวีเป็นรายหลักเท่านั้น โดยราชเทวี คลินิก มีจุดแข็งทุกสาขาต้องมีแพทย์ผ่านการอบรม 2 ปี ทุ่มงบวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ 5% ต่อปี ซึ่งที่ผ่านมาเราทำธุรกิจแข่งกับตัวเอง ส่วนความท้าทายขณะนี้ คือ ทำอย่างไรให้ผู้ที่เป็นสิวดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง” อรรควุฒิ กล่าว
ในส่วนของกลยุทธ์การสร้างตลาดคลินิกรักษาปัญหาผิวพรรณให้เติบโต จะเน้นป้อนข้อมูลความรู้แก่ผู้บริโภคการป้องกันการเกิดสิว เพราะที่ผ่านมาพฤติกรรมของสาวไทยจะเข้ามารักษาเมื่อเกิดสิว โดยได้เปิดตัวแคมเปญองค์กรปลอดสิว ภายใต้ชื่อ “สวยใส ไร้สิว ผิวเรียบเนียน” เพื่อรณรงค์พนักงาน บุคคลในครอบครัว รวมถึงชุมชนดูแลผิวของตนเอง
อีกทั้งยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ลดการเกิดสิว “แอคเน่ ไทป์ทู สปอตเจล” เพื่อสร้างโอกาสการใช้สินค้าเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังเดินหน้าขยายธุรกิจในตลาดอาเซียน ทั้งรูปแบบร่วมทุนและแฟรนไชส์ ล่าสุดปีนี้จะเปิดตลาดในสิงคโปร์ กัมพูชา และเวียดนาม ส่วนปีหน้าจะเปิดตลาดพม่า ลาว และอินโดนีเซีย
ขณะที่แผนขยายสาขาในไทยมีเพียง 12 สาขาต่อปีเท่านั้น เพราะปัจจุบันมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว ได้แก่ ราชเทวี คลินิก 50-60 สาขา แพน ราชเทวี 70 สาขา ปัจจุบันมีฐานสมาชิกกว่า 1 แสนราย ที่เข้ามาใช้บริการต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 6%
การไม่ลงมาเล่นในสมรภูมิคลินิกความงาม ทำให้ราชเทวี คลินิก ยังสามารถเติบโตท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้โต 10% หรือ 2,800 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาเติบโต 6% หรือ 2,500 ล้านบาท และอีก 5 ปีข้างหน้า หวังจะสร้างพฤติกรรมสาวไทยให้ตระหนักถึงการป้องกันการเกิดสิวมากกว่าจะรักษา จะเป็นก้าวใหม่ที่ผลักดันให้ราชเทวีเติบโตได้ต่อไปในอนาคต ขณะที่คลินิกความงามยังแข่งโปรโมชั่นกันฝุ่นตลบอยู่เลย







