
กู้เงินจำนำข้าวจากธนาคารอย่างไรไม่ผิดกฏหมาย
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ทางตันเรื่องการหาเงิน 1.3 แสนล้านบาท มาจ่ายให้กับชาวนาที่นำข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลแล้วไม่ได้รับเงินนานกว่า 6 เดือนนั้น ยังเป็นปัญหาที่รัฐบาลทำอะไรไม่ได้ เพราะขยับไปตรงไหนก็ติดปัญหากฎหมาย เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ
ความพยายามกู้เงินจากธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์ ด้วยการทยอยออกพันธบัตรมาใช้ ก็ไม่มีใครกล้าให้กู้ เพราะเกรงจะขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 181(3) หากให้กู้ไปแล้วมีการฟ้องร้องภายหลังธนาคารจะเสียหาย
สมพล เกียรติไพบูลย์ อดีตประธานกรรมการธนาคารนครหลวงไทย และอดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ ให้ความเห็นว่า แนวทางแก้ไขปัญหาได้โดยไม่ผิดกฎหมายนั้นก็พอมี โดยใช้ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ดำเนินการ เป็นการกู้ระหว่างกันเอง ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล
“โมเดลที่น่าจะทำแล้วไม่ผิดกฎหมาย จะเหมือนกับที่ธนาคารเคยปรับโครงสร้างหนี้ให้กับบริษัทเกษตรรายใหญ่แห่งหนึ่ง” อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์และอดีตประธานกรรมการธนาคารนครหลวงไทย กล่าว
วิธีการคือ ให้โรงสีที่รับจำนำข้าวไว้ตัดเอาข้าวใหม่ซึ่งยังเป็นข้าวดีออกมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน แล้วไปขอกู้เงินกับธนาคารเหมือนธุรกรรมตามปกติ โดยข้าวจะฝากไว้ที่โกดังที่ธนาคารเลือกและไว้วางใจให้เก็บข้าว ซึ่งจะต้องมีการจ้างบริษัทเซอร์เวเยอร์ ซึ่งธนาคารเป็นผู้เลือกหรือเชื่อถือ เป็นผู้ตรวจสอบข้าวที่นำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันว่าเป็นข้าวดีและมีคุณสมบัติเหมาะสมตามที่ตกลงกันหรือไม่
การเก็บข้าวและระบายข้าว เพื่อนำเงินมาใช้หนี้กับธนาคาร จะต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหนี้ทุกขั้นตอน เพื่อไม่ให้รั่วไหล
“ปัญหาคือ ธนาคารจะไม่ให้กู้เงินตันละ 1.5 หมื่นบาท ตามที่รัฐบาลจำนำมากับเกษตรกร เพราะจะต้องเผื่อค่าความเสียหายในอนาคตด้วย หากธนาคารให้กู้เพียง 5070% และมีดอกเบี้ยเงินกู้เกิดขึ้น ส่วนนี้การรับผิดชอบก็จะต้องตกลงกันว่าใครจะรับความเสียหาย ระหว่างโรงสีและรัฐบาล ซึ่งจะต้องไปหาวิธีที่จะไม่ให้เป็นหนี้ผูกพัน นี่คือวิธีการที่จะให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ให้” สมพล กล่าว
ที่ผ่านมารัฐบาลเสนอแนวทางที่เป็นไปไม่ได้ให้กับคนปล่อยกู้ ก็ไม่มีใครกล้าให้กู้ ดังนั้นต้องคิดในรูปแบบของนายแบงก์ ซึ่งเรื่องนี้ทำได้แน่นอน
“การจะให้ธนาคารปล่อยกู้ให้กับใบประทวน เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เพราะใครจะมั่นใจว่าใบประทวนเป็นของจริง และข้าวที่นำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันมีอยู่จริงหรือไม่ อีกทั้งคุณภาพของข้าว หากคุณภาพเสื่อมแล้วเจ้าหนี้ยึดมาก็ทำอะไรไม่ได้”
ฉะนั้น ข้าวที่จะนำมาขอกู้นี้จะต้องเป็นข้าวใหม่และมีคุณภาพที่ดี หากกู้ด้วยวิธีการนี้นำเงินออกไปช่วยลดความเดือดร้อนของเกษตรกรไปก่อน และกระทรวงพาณิชย์ก็รีบระบายข้าวออก ก็จะมีเงินออกมาจ่ายให้กับชาวนาได้
“ขณะนี้ต้องระดมสมองกันมาช่วย ไม่ใช่มัวแต่คิดว่านี่คือประเด็นการเมือง เพราะขณะนี้ชาวนาจะรอไม่ไหวแล้ว หากปล่อยไปนานกว่านี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชาวนาจะมากยิ่งขึ้นและจะแก้ไขยาก หนี้สินของชาวนาจะยิ่งมากขึ้น มีชาวนาทนไม่ไหวกับปัญหาหนี้สินจนต้องฆ่าตัวตายไปหลายคนแล้ว ต้องรีบช่วยชาวนาก่อน
หลังจากนั้นจะไปปรับเปลี่ยนนโยบาย หรือจะไปต่อสู้กันทางการเมืองในเรื่องนโยบายที่ล้มเหลว และสอบสวนเรื่องการคอร์รัปชั่นก็ควรจะไปทำในช่วงต่อไป หลังจากบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาไปก่อน” สมพล กล่าว
อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ หากได้เงินมาแล้ว การจัดสรรเงินให้ชาวนาจะทำอย่างไรไม่ให้ทะเลาะกัน จะให้ใครมาก่อนได้ก่อน เกรงว่าจะมีการนำไปจัดสรรไม่โปร่งใส ก็จะเกิดปัญหาอีกคือ ให้กับหัวคะแนนตัวเอง หรือคนใกล้ชิด







