
บทบาทหน้าที่กรรมการกรณีการควบรวมกิจการ (9)
ฃข้อพิจารณาทางกฎหมายที่สำคัญในระหว่างการครอบงำกิจการ
ฃข้อพิจารณาทางกฎหมายที่สำคัญในระหว่างการครอบงำกิจการ
นอกจากหน้าที่ที่กรรมการจะต้องปฏิบัติในระหว่างที่มีการครอบงำกิจการในเรื่องการให้ความเห็นเกี่ยวกับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ และการเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ในกรณีที่มีการครอบงำกิจการตามที่กล่าวข้างต้น กรรมการและผู้บริหารควรพิจารณาประเด็นทางกฎหมายที่สำคัญในระหว่างการครอบงำดังต่อไปนี้ด้วย
การซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนโดยใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading)
ในระหว่างที่มีการครอบงำกิจการหรือมีการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน กรรมการ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมการที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เกินกว่าร้อยละ 5 ของทุนจดทะเบียน) ควรระมัดระวังในเรื่องการซื้อขายหุ้นที่อาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลภายใน เนื่องจากการใช้ข้อมูลภายในในการซื้อขายหลักทรัพย์มีความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์
กฎหมายหลักทรัพย์ได้ห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน โดยใช้ข้อมูลภายในเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ประชาชนและผู้ลงทุนทั่วไปที่ซื้อขายหลักทรัพย์และเพื่อให้ประชาชนและผู้ลงทุนควรได้รับข้อมูลและมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องเพียงพอและพร้อมกันก่อนตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ซึ่งบุคคลวงใน (Insider) ที่ถูกห้ามการใช้ข้อมูลในการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงกรรมการของบริษัทจดทะเบียน ผู้ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 5 และผู้ที่เกี่ยวข้อง (ภรรยาและบุตรที่ไม่บรรลุนิติภาวะ) ผู้จัดการของบริษัทจดทะเบียน ผู้สอบบัญชีของบริษัทจดทะเบียน ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน และผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ และหรือการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์
ในกรณีที่บุคคลภายในทราบข้อมูลภายในและได้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ก่อนเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ สำนักงาน ก.ล.ต. สันนิษฐานในเบื้องต้นว่า การซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้นมีเจตนาเป็นการเอาเปรียบต่อบุคคลภายนอก
โดยทั่วไปเพื่อความเหมาะสมและเพื่อป้องกันปัญหาการตีความในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่จะมีการครอบงำกิจการหรือการดำเนินการที่สำคัญอันเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียน กรรมการ/ผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (5%) ของบริษัทจดทะเบียน (และกรรมการ/ผู้บริหารของผู้ถือหุ้นดังกล่าว) และบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ควรที่จะดำเนินการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียน จนกว่าข้อมูลดังกล่าวจะได้เปิดเผยต่อประชาชน นอกจากนี้ หากกรรมการของบริษัทที่ถูกทำคำเสนอซื้อถือหุ้นและได้รับคำเสนอซื้อหุ้นด้วยแล้ว ควรตรวจสอบข้อมูลและให้ความเห็นในคำเสนอซื้อหุ้นอย่างครบถ้วนถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงในประเด็นเรื่องการใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อขายหุ้นในระหว่างที่มีการครอบงำกิจการ
การเจรจาระหว่างผู้เสนอซื้อหุ้นและกรรมการหรือผู้บริหารบริษัท
การซื้อขายหุ้นเป็นการดำเนินการในระดับผู้ถือหุ้น (ระหว่างผู้ถือหุ้นเดิมที่ประสงค์จะขายหุ้นและผู้ซื้อหุ้นที่ประสงค์จะซื้อหุ้น) กรรมการและผู้บริหารบริษัทควรระมัดระวังบทบาทในการเจรจา โดยควรให้เป็นเรื่องที่ผู้ถือหุ้นในฐานะผู้ขายเป็นผู้ดำเนินการ นอกจากนี้ หากผู้จะซื้อหุ้นแจ้งกับผู้บริหารว่าจะทำคำเสนอซื้อหุ้นแล้วอาจทำให้ผู้จะซื้อหุ้นมีหน้าที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์แม้ว่ายังมิได้ซื้อหุ้นก็ตาม เพราะเป็นการประกาศเจตนาว่าจะครอบงำกิจการ
ในการเจรจาเพื่อซื้อขายหุ้นอาจมีค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหุ้น เช่น ค่าที่ปรึกษา ค่าจัดทำสัญญาและเอกสารทางกฎหมาย กรรมการไม่ควรกำหนดหรือยอมให้บริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นกรณีที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นผู้ขายผู้เดียว ทั้งนี้ เนื่องจากการซื้อขายหุ้นเป็นการดำเนินการในระดับผู้ถือหุ้นและบริษัทมิได้เป็นผู้รับเงินที่จะได้จากการขายหุ้น







