
เอกชนปรับแผนธุรกิจ
อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สามพรานริเวอร์ไซด์ เปิดเผยว่า ได้เริ่มปรับแผนการดำเนินงานไว้บ้างแล้ว เนื่องจากมองเห็นทิศทางสถานการณ์การเมืองไทยว่าจะยืดเยื้อในลักษณะนี้ไปอีกนาน โดยชะลอการลงทุนใหม่ๆ ทั้งหมด พร้อมกับหันมาบุกตลาดลูกค้าคนไทยชดเชยลูกค้าต่างชาติ เช่นเดียวกับที่โรงแรมอื่นๆ ทำ อย่างไรก็ตาม กลางปีอาจจะต้องทบทวนแผนอีกครั้ง เพราะเป็นห่วงภาพรวมเศรษฐกิจประเทศอาจจะแย่ลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ในประเทศกระทบกำลังซื้อคนไทย
อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สามพรานริเวอร์ไซด์ เปิดเผยว่า ได้เริ่มปรับแผนการดำเนินงานไว้บ้างแล้ว เนื่องจากมองเห็นทิศทางสถานการณ์การเมืองไทยว่าจะยืดเยื้อในลักษณะนี้ไปอีกนาน โดยชะลอการลงทุนใหม่ๆ ทั้งหมด พร้อมกับหันมาบุกตลาดลูกค้าคนไทยชดเชยลูกค้าต่างชาติ เช่นเดียวกับที่โรงแรมอื่นๆ ทำ อย่างไรก็ตาม กลางปีอาจจะต้องทบทวนแผนอีกครั้ง เพราะเป็นห่วงภาพรวมเศรษฐกิจประเทศอาจจะแย่ลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ในประเทศกระทบกำลังซื้อคนไทย
“ระยะยาวเศรษฐกิจคงไม่ดี กลุ่มบริษัทที่เคยจัดประชุมสัมมนา แม้ว่าจะยังต้องจัดอยู่ แต่อาจจะลดงบประมาณที่ใช้ลงมา หรือมีความถี่ในการจัดประชุมน้อยลง แต่ปัจจุบันกลุ่มประชุมสัมมนาคนไทยยังไปได้อยู่” อรุษ กล่าว
สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 เชื่อว่าได้รับผลกระทบ 10% ส่วนงบลงทุนที่มีกว่า 4 แสนล้านบาท อาจสะดุดช่วงแรก แต่ถ้ามีกรณีที่ยื่นให้ตีความแล้วสามารถเบิกงบที่มีการอนุมัติโครงการตั้งแต่เดือน ก.ย. ได้ 23 โครงการแล้ว ก็จะเป็นบรรทัดฐานให้การเบิกจ่ายงบลงทุนที่เหลือเดินหน้าต่อได้
อย่างไรก็ดี หากปีนี้การส่งออกสามารถขยายตัวได้ และกระทรวงพาณิชย์เดินหน้าเรื่องการขายข้าวอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาทธปท. – กนง. ยอมรับมีโอกาสเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หากปัญหาการเมืองยืดเยื้อไร้ทางออก
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ถ้าปัญหาการเมืองยังยืดเยื้อไร้ทางออกไปเรื่อยๆเช่นนี้ก็น่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะส่งผลให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะถึงที่ประชุมกนง.ครั้งที่ผ่านมา จะมองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งสามารถรับมือความเสี่ยงจากการเมืองระยะสั้นได้ แต่ระยะสั้นที่ว่าก็ไม่มีใครคำนวณได้ว่ารับมือได้อีกนานแค่ไหน และบอกไม่ได้ว่าถ้าสถานการณ์เมืองยังเป็นแบบนี้ไปอีก 3-4 เดือนข้างหน้าไหวหรือไม่
“ส่วนตัวผมไม่ได้เห็นต่างกับคุณอานันท์ ปันยารชุน ผมว่าที่ท่านพูดน่าจะถูกต้อง ถ้าปัญหาการเมืองการเมืองเรายังยืดเยื้อไปเช่นนี้ เศรษฐกิจมีโอกาสจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือรีเซตชั่นได้ ถ้า 2 ฝ่ายไม่หันหน้ามาคุยกัน เหมือนช้าง 2 ตัวชนกัน ช้างไม่ตาย แต่หญ้าแพรกตายหมด ไม่ว่าเศรษฐกิจหรือการเมืองมันเกี่ยวข้องกันหมด ปัญหาหนึ่งเกิดย่อมส่งผลสู่อีกปัญหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” นายณรงค์ชัยกล่าว
นายณรงค์ชัย กล่าวว่า อีกปัญหาที่เกิดต่อเนื่องตามมา คือ การที่บริษัทจัดอันดับเครดิตกำลังจับจ้องเศรษฐกิจไทยอยู่อย่างใกล้ชิด หากปล่อยให้ปัญหาการเมืองยังยืดเยื้อบั่นทอนเศรษฐกิจไปเรื่อยๆแบบนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่บริษัทจัดอันดับเครดิตจะปรับลดเครดิตประเทศไทยลงอีก ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ หากไทยจำเป็นต้องพึ่งพิงสภาพคล่องจากประเทศ เพื่อมาช่วยฟื้นเศรษฐกิจ ที่สำคัญอาจจะทำให้นักลงทุนต่างชาติถอนการลงทุนจากไทยได้ ถึงขณะนี้ภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกจะยังไม่มาก ไม่น่าห่วงนัก แต่ถ้าปล่อยปัญหาคาราคาซังไปอีกหน่อยก็ไม่แน่ เงินทุนอาจจะออกเพิ่มและรุนแรงขึ้นได้
ด้านนางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือไม่ ก็อาจจะเป็นไปได้ถ้าสถานการณ์กลายสภาพรุนแรงและยืดเยื้อ ซึ่งในการประชุมกนง.ครั้งหน้า 12 มี.ค.นี้ กนง.คงได้นำประเด็นต่างๆที่ครอบคลุมทุกด้านมาพิจารณาว่าจะมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี มองว่าเศรษฐกิจไทยไม่น่าจะจุดประเด็นให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจจากปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เพราะไทยไม่ได้มีปัญหาการนำเงินกู้เข้ามาหรือพึ่งเงินกู้จากต่างประเทศเหมือนในอดีต อีกอย่างถ้าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ดีภาคการส่งออกไทยน่าจะได้อานิสงค์ขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้น แม้ปัจจุบันส่งออกจะขยายตัวไม่สูงนัก
ณรงค์ชัย อัครเศรณี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ถ้าปัญหาการเมืองยังยืดเยื้อไร้ทางออกไปเรื่อยๆ เช่นนี้ ก็น่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะส่งผลให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะถึงที่ประชุม กนง.ครั้งที่ผ่านมาจะมองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง สามารถรับมือความเสี่ยงจากการเมืองระยะสั้นได้ แต่ระยะสั้นที่ว่าก็ไม่มีใครคำนวณได้ว่ารับมือได้อีกนานแค่ไหน และบอกไม่ได้ว่าถ้าสถานการณ์การเมืองยังเป็นแบบนี้ไปอีก 34 เดือนข้างหน้าไหวหรือไม่
“ส่วนตัวผมไม่ได้เห็นต่างกับคุณอานันท์ ปันยารชุน ผมว่าที่ท่านพูดน่าจะถูกต้อง ถ้าปัญหาการเมืองเรายังยืดเยื้อไปเช่นนี้ เศรษฐกิจมีโอกาสจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือรีเซตชั่นได้ ถ้าสองฝ่ายไม่หันหน้ามาคุยกัน เหมือนช้างสองตัวชนกัน ช้างไม่ตาย แต่หญ้าแพรกตายหมด ไม่ว่าเศรษฐกิจหรือการเมืองมันเกี่ยวข้องกันหมด ปัญหาหนึ่งเกิดย่อมส่งผลสู่อีกปัญหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ณรงค์ชัย กล่าว
ณรงค์ชัย กล่าวว่า อีกปัญหาที่เกิดต่อเนื่องตามมา คือ การที่บริษัทจัดอันดับเครดิตกำลังจับจ้องเศรษฐกิจไทยอยู่อย่างใกล้ชิด หากปล่อยให้ปัญหาการเมืองยังยืดเยื้อบั่นทอนเศรษฐกิจไปเรื่อยๆ แบบนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่บริษัทจัดอันดับเครดิตจะปรับลดเครดิตประเทศไทยลงอีก ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ หากไทยจำเป็นต้องพึ่งพิงสภาพคล่องจากต่างประเทศเพื่อมาช่วยฟื้นเศรษฐกิจ ที่สำคัญอาจจะทำให้นักลงทุนต่างชาติถอนการลงทุนจากไทยได้ ถึงขณะนี้ภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกจะยังไม่มาก ไม่น่าห่วงนัก แต่ถ้าปล่อยปัญหาคาราคาซังไปอีกหน่อยก็ไม่แน่ เงินทุนอาจจะออกเพิ่มและรุนแรงขึ้นได้
ด้าน รุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือไม่ ก็อาจจะเป็นไปได้ถ้าสถานการณ์กลายสภาพรุนแรงและยืดเยื้อ ซึ่งในการประชุม กนง.ครั้งหน้า 12 มี.ค.นี้ กนง.คงได้นำประเด็นต่างๆ ที่ครอบคลุมทุกด้านมาพิจารณาว่าจะมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี มองว่าเศรษฐกิจไทยไม่น่าจะจุดประเด็นให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจจากปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เพราะไทยไม่ได้มีปัญหาการนำเงินกู้เข้ามา หรือพึ่งเงินกู้จากต่างประเทศเหมือนในอดีต อีกอย่างถ้าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ดี ภาคการส่งออกไทยน่าจะได้อานิสงส์ขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้น แม้ปัจจุบันการส่งออกจะขยายตัวไม่สูงนัก







