
รับเหมารายย่อยปรับแผนลดเสี่ยงการเมือง
"บีเคดี" รับเหมารายย่อย บุกงานโครงการตลาดต่างประเทศ กันเสี่ยงธุรกิจจากภาวะการเมืองรัฐบาลสุญญากาศ
"บีเคดี" รับเหมารายย่อย บุกงานโครงการตลาดต่างประเทศ กันเสี่ยงธุรกิจจากภาวะการเมืองรัฐบาลสุญญากาศ
นางนุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เดคคอน (บีเคดี) ผู้ดำเนินธุรกิจบริการรับเหมาตกแต่งภายในครบวงจร เปิดเผยว่า ในปี 2557 บริษัทได้ปรับแผนดำเนินธุรกิจดังนี้ 1.มุ่งทำตลาดในต่างประเทศ 2.ประสานการทำงานร่วมกับผู้ผลิต (ซัพพลายเออร์) เพื่อควบคุมการสั่งซื้อวัสดุ 3.คัดเลือกลูกค้ากลุ่มองค์กรเอกชนที่มีคุณภาพ และสุดท้าย 4.ปรับระบบการบริหารจัดการภายในเพื่อควบคุมต้นทุนการดำเนินการให้ลดลงในทุกส่วน 20%
ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มให้ความสำคัญในตลาดต่างประเทศมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันความเสี่ยงธุรกิจจากปัจจัยภายในประเทศที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองจากการชุมนุมที่เกิดขึ้นในตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่ส่งผลกระทบทางธุรกิจหลายภาคส่วน ทั้งการเข้าประมูลงานหรือการรับส่งมอบติดตั้งงานในแต่ละโครงการ เป็นต้น ซึ่งภายในกลางปี 2557 นี้ บริษัทเตรียมเข้าไปดำเนินการรับเหมาฯ ในประเทศซาอุดิอาระเบีย และอยู่ระหว่างขยายการรับงานโครงการในประเทศอื่นๆ
ขณะเดียวกัน บริษัทยังหันมาปรับระบบการทำงานภายในองค์กรในทุกด้าน เพื่อลดค่าใช้จ่ายลงทุกส่วน 20% เพื่อให้กิจการมีผลกำไรมากขึ้น โดยเฉพาะการกลั่นกรองการรับงานกลุ่มลูกค้าเอกชนที่มีคุณภาพเพื่อประกันศักยภาพทางการจ่ายเงินกับบริษัท จากปัจจุบันมีรายได้สัดส่วน 70% ที่มาจากโครงการภาครัฐ และอีก 30% มาจากโครงการภาคเอกชน ที่พบว่าในช่วงการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาถึงขณะนี้ อาจส่งผลกระทบทางธุรกิจไปยังกลุ่มผู้ประกอบการเอกชนที่อาจขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจแล้ว
ขณะที่ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในขณะนี้ บริษัทประเมินว่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบในช่วงสั้น แม้รัฐบาลจะอยู่ภายใต้ภาวะสุญญากาศที่ไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงระหว่างนี้ได้ ด้วยปัจจุบันบริษัทยังมีโครงการต่างๆ ในมือที่ยังดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 25552556 อาทิ รับเหมาตกแต่งภายในสำนักงานกองสลากกินแบ่งรัฐบาล งานก่อสร้างมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซึ่งทั้งสองโครงการมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท เป็นต้น
พร้อมกันนี้ บริษัทจะยังให้ความสำคัญด้านการจัดการกระแสเงินสดภายในอย่างเข้มงวดที่ปัจจุบันถืออยู่ทั้งสิ้น 300 ล้านบาท พร้อมจัดทำบัญชีรับจ่ายการจัดซื้อสินค้าวัสดุอุปกรณ์แบบรัดกุม โดยภายในปี 2557 คาดจะมีรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดดจากปีก่อนอยู่ที่ 600 ล้านบาท







