posttoday
ผู้ด้อยโอกาสอ่วมหนักเปิดเสรีพ่วงผลกระทบพียบ

ผู้ด้อยโอกาสอ่วมหนักเปิดเสรีพ่วงผลกระทบพียบ

10 กุมภาพันธ์ 2557

ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ตะวัน หวังเจริญวงศ์

“ความยากจน คือปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดผู้ด้อยโอกาส เพราะคนเหล่านี้คือผู้ที่ขาดแคลนเงินไปซื้อ สิ่งต่างๆ ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ควรจะได้รับ และ มักเป็นกลุ่มคนในหลืบที่เข้าไม่ถึงข้อมูล ยิ่งเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จะมีคนได้รับผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจลักษณะนี้มากขึ้นและรุนแรงขึ้น”

นี่คือคำอธิบายเบื้องต้นถึงสาเหตุการเกิด “ผู้ด้อยโอกาส” ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต จากปากของ ขนิษฐา กมลวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้ด้อยโอกาส สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.)

เธอบอกต่อไปว่า ในปัจจุบันไทยแบ่งผู้ด้อยโอกาสไว้ทั้งสิ้น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.คนยากจน 2.คนเร่ร่อน 3.ผู้ที่มีปัญหาสถานะทางกฎหมาย 4.ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ และครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ และ 5.ผู้พ้นโทษ โดยกลุ่มที่มีประชากรมากที่สุด คือ คนยากจน ประมาณ 7 ล้านคน ผู้ติดเชื้อกว่า 3 แสนคน ผู้ที่มีปัญหาสถานะทางกฎหมายอีก 2-3 แสนคน เบ็ดเสร็จแล้วทั้ง 5 กลุ่ม น่าจะมีประชากรรวมกัน ไม่ต่ำกว่า 89 ล้านคน

แต่เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ผู้ด้อยโอกาสอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนกลุ่มดังกล่าว จะมีทั้งคนไทยและคนอาเซียนบางกลุ่มที่ “ขาดโอกาส” จนกลายเป็น “ผู้ด้อยโอกาสใหม่” ไปด้วย เนื่องจากถูกเลือกปฏิบัติมากขึ้น ไม่ได้รับความเคารพในศักดิ์ศรี ความเสมอภาค กลายเป็นผู้ที่มีความเหลื่อมล้ำแง่รายได้และสถานภาพทางสังคม

“ตัวอย่างที่ชัดเจน เช่น เด็กที่มีโอกาสเรียนในระบบการศึกษา เด็กของเราเรียนภาษามาเยอะ แต่จบมากลับสื่อสารได้ไม่ดี พอเข้าสู่ยุคที่การแข่งขันสูงขึ้น หากเด็กยุคนี้จบออกไปยังใช้ภาษาไม่ได้ ก็จะถูกเลือกปฏิบัติเป็นอย่างมากเวลาไปสมัครงาน”

นอกจากนี้ เมื่อมีแรงงานจากอาเซียนเข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น กลุ่มแรงงานทั่วไปที่มีทักษะฝีมือไม่สูงนัก ก็จะถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ได้รับการเลื่อนขั้น ขึ้นเงินเดือนตามสมควร ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้สูงอายุ อายุ 6165 ปี ซึ่งยังต้องการทำงาน ต้องการใช้ไฟที่ยังมีอยู่ ก็อาจไม่ได้รับความสนใจไยดีจากผู้ประกอบการ เพราะมีตัวเลือกคนอาเซียนเพิ่มมากขึ้น

อีกกลุ่มหนึ่งที่จะกลายเป็นผู้ด้อยโอกาสใหม่อย่างชัดเจน คือ กลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ข้ามแดนเข้ามาทำงานกึ่งฝีมือ กลุ่มดังกล่าวอาจเข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น แต่ยังคงถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ได้รับสิทธิการรักษาและเข้าถึงบริการสุขภาพเท่าเทียมกับคนไทย โดยภาพรวมแล้ว จำนวนผู้ด้อยโอกาสน่าจะเพิ่มขึ้นมหาศาล

เธอเชื่อว่า ประเด็นหลักที่จะซ้ำเติมกลุ่มผู้ด้อยโอกาสเดิมและกลุ่มผู้ด้อยโอกาสใหม่มากที่สุด คือ เรื่องทัศนคติของคน ดังนั้น ในยุคประชาคมอาเซียน สิ่งแรกๆ ที่ต้องแก้ปัญหา คือ เจตคติและค่านิยม

“ผู้ด้อยโอกาสจะเกิดขึ้นจริงๆ เมื่อเราพยายามแบ่งแยกว่า เขามีทักษะฝีมือต่างจากเรา ต่างชนชาติกับเรา สถานะทางการเงินด้อยกว่าเรา เป็นคนอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่คนกลุ่มเดียวกับเรา การตีตราว่าเขาชาติอื่นหรือเขาจนกว่านั้นเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข เราต้องเริ่มที่เราก่อน ไม่เช่นนั้นคงคาดหวังไม่ได้ว่า เวลาคนไทยเข้าไปที่อื่นจะไม่มีการแบ่งแยกเช่นกัน”

ส่วนการแก้ปัญหาของภาครัฐนั้น ทางสำนักจะทำงานเชิงลึกมากขึ้น เช่น ในส่วนของเด็ก จะแบ่งกลุ่มย่อยให้เห็นชัดเจน ว่าแต่ละกลุ่มมีโอกาสจะกลายเป็นผู้ด้อยโอกาสอย่างไร แล้วเข้าไปช่วยเหลือให้ ตรงจุด ขณะเดียวกันจะบูรณาการงานระหว่างกระทรวงมากขึ้น เพื่อให้ป้องกันการเกิดผู้ด้อยโอกาสตั้งแต่ต้นทาง เช่น หากเป็นเด็ก ก็จะเข้าไปดูว่าจะ ช่วยกันปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้อง ลดปัญหา ผู้ด้อยโอกาสอย่างไร

นอกจากนี้ ต้องสนับสนุนให้ผู้นำชุมชนและคนในท้องถิ่นเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น เข้าไปจัดการกองทุนสวัสดิการชุมชนต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ เข้าถึงคน ทุกกลุ่มในชุมชนจริงๆ เพราะที่ผ่านมาเคยพบว่า บางชุมชนเลือกจัดสรรงบประมาณกองทุนให้แต่เพียงคนไทยเท่านั้น เป็นการจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานในการดูแลคนกลุ่มอื่นๆ

ขนิษฐา ทิ้งท้ายว่า การให้ผู้ด้อยโอกาสพัฒนาตัวเอง ต้องเดินไปควบคู่กับการให้โอกาสของภาคเอกชนและภาคประชาชน หากไม่เดินไปคู่กันก็จะเกิดการแบ่งแยกเช่นเดิม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท