
ทันสถานการณ์
ขสมก.เจอพิษม็อบรายได้หด
ขสมก.เจอพิษม็อบรายได้หด
นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า การชัตดาวน์กรุงเทพฯ ของกลุ่ม กปปส. ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทำให้ ขสมก.ต้องสูญเสียรายได้จากค่าโดยสารเฉลี่ยวันละ 2.7 ล้านบาท โดยวันที่ 10 ก.พ. 2557 ซึ่ง กปปส.ชัตดาวน์มาแล้วรวม 29 วัน ขสมก.สูญเสียรายได้แล้วรวม 78.3 ล้านบาท และหากรวมกับรายได้ที่สูญเสียไปช่วงการชุมนุมก่อนที่จะมีการชัตดาวน์อีกกว่า 1 ล้านบาท ทำให้ล่าสุด ขสมก.รายได้หายไปแล้วเกือบ 80 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินและสภาพคล่องในการนำเงินมาใช้จ่ายภายในองค์กรแล้ว แต่ยังไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากปัจจุบัน ขสมก.ยังมีรายได้อื่นๆ เข้ามาเสริม คือ เงินชดเชยรายได้จากโครงการรถเมล์ฟรีของรัฐบาล และเงินอุดหนุนบริการสาธารณะของรัฐวิสาหกิจรวมเป็นเงินประมาณเฉลี่ยเดือนละ 259 ล้านบาท แต่หากในอนาคตโครงการรถเมล์ฟรีถูกยกเลิก หรือรัฐบาลไม่ต่ออายุ ขสมก.จะประสบปัญหาสภาพคล่องทันที เพราะรายได้จะหายไป ในขณะที่ปัจจุบัน ขสมก.มีรายได้จากค่าโดยสารเพียงเดือนละ 80 ล้านบาทเท่านั้น สำหรับโครงการรถเมล์ฟรีจะหมดอายุลงในวันที่ 31 มี.ค.นี้
ขณะที่การเมืองก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า จะมีรัฐบาลใหม่เร็วๆ นี้ หรือจะเป็นรัฐบาลรักษาการไปอีกนานแค่ไหน หากโครงการรถเมล์หมดอายุ ผมก็ไม่แน่นใจว่ารัฐบาลรักษาการจะมีอำนาจพิจารณาต่ออายุหรือไม่ หรือหากมีรัฐบาลใหม่เข้ามา แล้วรัฐบาลใหม่ตัดสินใจไม่ต่ออายุรถเมล์ ฟรี ขสมก.จะประสบปัญหาสภาพคล่องขาดแคลนอย่างรุนแรงทันที เริ่มตั้งแต่เดือนเม.ย. เป็นต้นไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบไปถึงค่าใช้จ่ายภายในองค์กร เช่น เงินเดือนพนักงาน แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้”นายนเรศ กล่าว
นายนเรศ กล่าวว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ขสมก. เตรียมเสนอขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลโดยให้รัฐบาลพิจารณาต่ออายุโครงการรถเมล์ฟรีอออกไ ปก่อน ในช่วงที่ ขสมก. ยังไม่สามารถจัดซื้อและนำรถเมล์เอ็นจีวีมาวิ่งให้บริการ โดยหากอาจจะพิจารณาต่ออายุครั้งละ1 เดือน เพื่อรอให้ขบวนการจัดซื้อจัดจ้างรถเมล์เอ็นจีวีแล้วเสร็จ เพราะหากขสมก.สามารถนำรถเมล์เอ็นจีวีมาวิ่งให้บริการจะทำให้ฐานะทางการเงินของ ขสมก .ดีขึ้น เนื่องจากภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงจะปรับลดลง ขณะที่การนำระบบตั๋วรวมเข้ามาใช้จะช่วยลดต้นทุนเก็บค่าโดยสารและอื่นได้เฉลี่ยปีละ 3,000 ล้านบาท
“ขณะนี้เรากำลังเร่งสรุปทีโออาร์จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีที่ประกาศเป็นรอบที่6 คาดว่าจะได้ข้อยุติเร็วๆนี้ และเปิดให้ยื่นซองได้ภายในเดือนมี.ค.ซึ่งตามทีโออาร์ระบุให้ต้องส่งมอบรถภายใน180 วันภายหลังเซ็นต์สัญญา ซึ่งตามแผนจะต้องมีการเริ่มทยอยส่งมอบรถงวดแรก 250 คัน ในเดือนพ.ย.2557 โดยหาก ขสมก. นำรถเมล์เอ็นจีวีมาวิ่งให้บริการ สภาพคล่องของขสมก จะดีขึ้น และอาจมีกำไรในอนาคต”นายนเรศกล่าว
สสว.เข็นมาตรการอุ้มเอสเอ็มอี
นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว.อยู่ระหว่างการสำรวจผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ว่า แต่ละรายได้รับผลกระทบในระดับใดบ้าง เพื่อเตรียมออกมาตรการช่วยเหลือในระยะเวลา 36 เดือนให้ตรงจุด และสอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
ทั้งนี้ เบื้องต้นจะช่วยเหลือใน 2 ด้านเป็นหลัก คือ การดูแลเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน และการหาช่องทางการตลาดเพิ่มเติม ซึ่งกลางเดือน ก.พ.นี้ ทาง สสว.จะประกาศมาตรการความช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการในสถานการณ์ปัจจุบัน
บอร์ดกลั่นกรองไฟเขียว 3 โรงงาน
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาการอนุญาตโรงงานบางประเภทที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยผลการประชุมในวันที่ 6 ก.พ. มีเรื่องเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา 5 เรื่อง ซึ่งได้พิจารณาอนุญาต 3 เรื่อง และคืนเรื่อง 2 เรื่อง โดยมีมูลค่าการลงทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตอยู่ที่ 2,835 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่ม 429 ตำแหน่ง
สำหรับกิจการที่ได้รับอนุมัติ ได้แก่ บริษัท เอเชียแปซิฟิกกลาส ประกอบกิจการผลิตแก้วและผลิตภัณฑ์แก้ว เงินลงทุน 1,518 ล้านบาท บริษัท ทุ่งสัง กรีน ประกอบกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล เงินลงทุน 607 ล้านบาท และบริษัท ไทยเคนเปเปอร์ ประกอบกิจการผลิตกระดาษคราฟท์ เงินลงทุน 717 ล้านบาท
ด้านโรงงานที่คณะกรรมการกลั่นกรองฯ มีมติคืนเรื่องให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมพิจารณาเพิ่มเติมมี 2 ราย คือ บริษัท โรจนะ เอ็นเนอร์จี (โครงการ 3) บริษัท โรจนะ เอ็นเนอร์จี (โครงการ 4) โดยสาเหตุที่ไม่ผ่านการพิจารณา เพราะต้องการให้ทบทวนในประเด็นที่เป็นอุตสาหกรรมบริการตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม และแหล่งน้ำสาธารณะพาดผ่านพื้นที่ตั้งโรงงานหรือไม่ เนื่องจากเกรงว่าจะมีผลต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยรอบ







