
ภูเขาข้าว
วันนี้ทุกข์ใหญ่หลวงตกอยู่บนบ่าชาวนาเกินกว่า 1 ล้านครัวเรือน แต่โจทย์ที่ใหญ่กว่าและรอคอยอยู่ข้างหน้า คือ สต๊อกข้าวที่รัฐบาลเพื่อไทยได้จากโครงการรับจำนำข้าวร่วม 20 ล้านตัน เป็นข้าวสารปีการผลิต 2554/2555 และ 2555/2556 ซึ่งค้างในสต๊อก 1415 ล้านตัน
วันนี้ทุกข์ใหญ่หลวงตกอยู่บนบ่าชาวนาเกินกว่า 1 ล้านครัวเรือน แต่โจทย์ที่ใหญ่กว่าและรอคอยอยู่ข้างหน้า คือ สต๊อกข้าวที่รัฐบาลเพื่อไทยได้จากโครงการรับจำนำข้าวร่วม 20 ล้านตัน เป็นข้าวสารปีการผลิต 2554/2555 และ 2555/2556 ซึ่งค้างในสต๊อก 1415 ล้านตัน
ขณะที่ปีการผลิต 2556/2557 มีข้าวเปลือกเข้าโครงการ 10.8 ล้านตันข้าวเปลือก ในจำนวนนี้ข้าวเปลือก 6 ล้านตัน ถูกสีแปรสภาพเป็นข้าวสารได้ข้าวสาร 3.6 ล้านตัน และข้าวเปลือกอีก 4 ล้านตัน ยังไม่ได้สีแปร
แม้การจัดการกับภูเขาข้าวสารไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งที่ต้องทำก่อนอันดับแรก คือ ต้องเปิดให้คนกลางมาสำรวจโกดังข้าวทั่วประเทศว่ามีข้าวดี ข้าวเน่า ข้าวเสื่อมสภาพ ข้าวเวียนเทียน อยู่เท่าไหร่ มีข้าวลมหรือไม่ แล้วจัดการคนโกงหาคนมารับผิดชอบ จากนั้นก็จัดการข้าวสารที่มีอยู่ทีละเปลาะ
ข้าวเก่า ข้าวเน่าที่เวียนเทียนเข้าโกดังหลายรอบจนแทบไม่เหลือสภาพข้าว มี 2 ทางเลือก คือ ถ้าไม่ขายเป็นอาหารสัตว์ ก็นำไปทำเป็นเอทานอล ซึ่งกรมการข้าวศึกษาพบว่า หากนำข้าวคุณภาพต่ำมากๆ และมีต้นทุนไม่เกิน 7,400 บาทต่อตัน ถ้านำมาผลิตเป็นเอทานอล ราคาจะตกอยู่ที่ 26.95 บาทต่อลิตร ใกล้เคียงกับการผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังและข้าวโพด แต่ไทยยังไม่มีโรงงานผลิตเอทานอลจากข้าว
ขณะที่ข้าวเก่าที่ยังคุณภาพดีอยู่บ้าง ก็นำไปเร่ขายในตลาดแอฟริกา แต่ถ้ากลัวราคาจะสูงไปก็ให้นำปลายข้าวมาผสมกับข้าวในสต๊อกให้เป็นข้าว 25% เพราะปลายข้าวมีราคาถูกเหลือกิโลกรัมละ 89 บาท ก็จะได้ข้าวที่ราคาสมน้ำสมเนื้อกับกำลังซื้อของผู้บริโภคในแอฟริกา
สำหรับข้าวฤดูกาลใหม่ อย่างข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ไม่ต้องหา เพราะมีตลาดรองรับแล้ว จะขายอย่างไรไม่ให้มีการชักหัวคิวจนประเทศขาดทุนหนัก
ขณะที่ข้าวเปลือกที่ยังไม่ได้สีแปรอีก 4 ล้านตัน ก็ขายให้พ่อค้าโรงสีนำไปทำข้าวนึ่งขายในตลาดแอฟริกา ซึ่งคุ้นลิ้นอยู่แล้ว







