
กสิกรชูกองKUSAชิ่งหุ้นไทยผันผวน
บลจ.กสิกรไทย มั่นใจเศรษฐกิจสหรัฐแกร่ง เฟดคงดอกเบี้ยต่ำผลดีหุ้น KUSA ทางเลือกหุ้นไทยผันผวน
บลจ.กสิกรไทย มั่นใจเศรษฐกิจสหรัฐแกร่ง เฟดคงดอกเบี้ยต่ำผลดีหุ้น KUSA ทางเลือกหุ้นไทยผันผวน
นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 2.8% ในปี 2557 สะท้อนให้เห็นการเติบโตในทางที่ดีขึ้น ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มปรับลดวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) ลงต่อเนื่องจาก 7.8% เมื่อต้นปี 2556 เหลือ 6.7% ในช่วงต้นปี 2557
อย่างไรก็ตาม เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับต่ำต่อไป เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่องและช่วยทำให้อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ในเป้าหมายที่ 6.5% ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นและบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐเช่นเดียวกัน
นายนาวิน กล่าวว่า สำหรับมุมมองต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ เชื่อว่าปัญหาความไม่สงบทางการเมืองมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทยบวกกับปัจจัยภายนอกที่มากระทบ เช่น การปรับลดมาตรการคิวอี ส่งผลต่อเนื่องให้หุ้นไทยขาดเสถียรภาพ ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนในการลงทุนหุ้นในประเทศ บลจ.กสิกรไทย จึงชวนนักลงทุนหันมากระจายความเสี่ยงกับการลงทุนในหุ้นต่างประเทศผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ (FIF) ที่ บลจ.กสิกรไทย ได้คัดสรรไว้ตอบโจทย์ทุกการลงทุน ลงทุนเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท
ปัจจุบันกองทุนเปิด เค ยูเอสเอ หุ้นทุน (KUSA) ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องของนโยบายการลงทุนและกลยุทธ์การบริหารแบบเชิงรุก มุ่งลงทุนในหุ้นบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐที่มีโอกาสเติบโตสูงและมีผลประกอบการโดดเด่นทั่วโลก เช่น แอปเปิล โมโตโรล่า กูเกิล อะเมซอน อีเบย์ และสตาร์บัคส์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำรายได้ทั้งในสหรัฐและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
ล่าสุด บลจ.กสิกรไทย กำหนดจะจ่ายเงินปันผลกองทุนเปิด เค ยูเอสเอ หุ้นทุน ครั้งที่ 4 สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2556-31 ม.ค. 2557 ให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่อในสมุดทะเบียนเวลา 08.00 น. ของวันที่ 31 ม.ค. 2557 ในอัตรา 0.50 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่าเงินปันผลทั้งสิ้นกว่า 136 ล้านบาท กำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 13 ก.พ. 2557
“กองทุนเปิด เค ยูเอสเอ หุ้นทุน จะเน้นการลงทุนในระยะยาวมากกว่าการกังวลกับความผันผวนของตลาดในระยะสั้น จึงทำให้ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ผ่านมานับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในเดือน ก.ย. 2555 จนถึงปัจจุบัน มีการจ่ายปันผลรวม 4 ครั้ง และมีมูลค่าการจ่ายปันผลรวมทั้งสิ้น 1.45 บาทต่อหน่วย” นายนาวิน กล่าว







