
การเมืองยืดเยื้อแต่ไม่รุนแรงหนุนหุ้นฟื้นช่วงสั้น
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังคลายวิตกเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการเมืองไทยไม่รุนแรง
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังคลายวิตกเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการเมืองไทยไม่รุนแรง
ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสเงินไหลบ่าออกจากตลาดหุ้นเกิดใหม่ถึงราว 4 แสนล้านบาท ท่ามกลางความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและสหรัฐ การลด QE ของเฟด การอ่อนค่าของสกุลเงินเปโซอาร์เจนตินา ลีราตุรกี รูปีอินเดีย
ตลาดหุ้นเกิดใหม่ทรุดแรง จนแตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 เดือน ฉุดค่าพีอีเหลือ 11 เท่า ต่ำกว่าของตลาดหุ้นโลกเกือบ 40% และเป็นส่วนต่างพีอีที่กว้างที่สุดในรอบ 5 ปี มูลค่าหุ้นที่ถูกลงนี้ดึงดูดนักลงทุนระยะยาวบางส่วนกลับเข้าซื้อหุ้นในตลาดเกิดใหม่
ดัชนี MSCI Emerging Markets เด้งกลับ 2.4% ในวันพฤหัสฯศุกร์ที่ผ่านมา ช่วยดึงผลตอบแทนปีนี้เหลือติดลบ 6.4%
ในวันศุกร์ ทางการสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มเพียง 1.13 แสนตำแหน่ง ในเดือน ม.ค.ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.8 แสนตำแหน่ง แต่เป็นผลจากภาวะอากาศที่หนาวเหน็บผิดปกติ ขณะที่อัตราการว่างงานลดเหลือ 6.6% ต่ำสุดตั้งแต่เดือน ต.ค. 2551
ดัชนี S&P 500 บวกต่ออีก 1.3% ดันดัชนีพุ่งขึ้น 2.6% ในวันพฤหัสฯศุกร์ หลังนักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก นำโดยเศรษฐกิจของประเทศหลัก ส่งผลดีหนุนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นเกิดใหม่
อย่างไรก็ดี ในระยะปานกลาง ตลาดทุนโลกยังคงผันผวน เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศหลักมีสัญญาณฟื้นตัวดีกว่าของตลาดเกิดใหม่ เฟดยังคงปรับลด QE กระแสเงินทุนจึงมีแนวโน้มไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ และไหลย้อนกลับเข้าหาตลาดหลักอยู่ดี จึงมองว่าเป็นการฟื้นตัวระยะสั้นของตลาดเกิดใหม่เท่านั้น
สัปดาห์นี้ ตลาดจับตาไปที่ถ้อยแถลงครั้งแรกของประธานเฟดคนใหม่ นางเยลเลน เพื่อปรับการคาดการณ์จังหวะเวลาการลด QE และการขยับอัตราดอกเบี้ยเฟดกลับเข้าหาอัตราปกติ
ในส่วนการเมืองในประเทศ การเลือกตั้ง 2 ก.พ. ไม่มีเหตุรุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล นักลงทุนจึงบรรเทาความหวาดกลัวลง ส่วนหนึ่งมีการซื้อหุ้นคืน โดยเฉพาะในหุ้นที่ถูกชอร์ตเซลไว้เป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ดี มองว่าเป็นเพียงการฟื้นตัวระยะสั้น เนื่องจากการเมืองไทยยังคงไร้ทางออก มีแนวโน้มต้องเลือกตั้งซ้ำซากไปอีก 46 เดือน กว่าจะได้ สส.เพียงพอต่อการเปิดประชุมสภา ขณะที่การเลือกตั้งเสี่ยงจะเป็นโมฆะ
รัฐบาลรักษาการยาว แต่ไม่มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ การจัดทำงบประมาณปี 2558 เริ่มล่าช้า โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานส่อถูกเลื่อนยาว ภาคเอกชนชะลอการลงทุน รอดูทิศทางการเมือง ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอย เงินชาวนาติดอยู่ในโครงการจำนำข้าวกว่าหนึ่งแสนล้านบาทมาหลายเดือนแล้ว ยังผลให้การจับจ่ายใช้สอยระดับรากหญ้าชะลอตัว ด้านการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ราว 10% ของ GDP ถูกกระทบเต็มๆ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ
ภายใต้สถานการณ์ที่เศรษฐกิจติดหล่มการเมือง แม้ปัจจัยต่างประเทศจะดูดีขึ้น การเมืองระยะสั้นไม่มีเหตุรุนแรงอย่างที่เคยกังวล แต่การฟื้นตัวของตลาดหุ้นจะเผชิญแรงขายตามแนวต้าน เช่น 1,320 1,350 และเส้นแนวโน้มหลักที่กดอยู่ที่ 1,380 จุด
ภายใต้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวต่ำเพียง 2% มีโอกาสสูงที่นักวิเคราะห์จะทยอยปรับลดประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายระหว่างทาง ตลาดหุ้นในช่วงนี้จึงไปไหนได้ไม่ไกล
ขณะที่ฤดูกาลประกาศจ่ายปันผลกำลังใกล้เข้ามา บจ.ส่วนใหญ่จะทยอยรายงานผลดำเนินไตรมาส 4/2556 ในช่วงที่เหลือของเดือนนี้ จากนั้นจะทยอยประกาศจ่ายเงินปันผลในเดือน มี.ค.เม.ย. มีหุ้นจำนวนมากที่จ่ายปันผลได้เกิน 56% จุดนี้จะเป็นภูมิคุ้มกันช่วงตลาดปรับฐานลง โดยมีแนวรับสำคัญแถว 1,250 จุด
สรุปว่า ดัชนีหุ้นไทยจะแค่ฟื้นตัวช่วงสั้น น่าจะเป็นการแกว่งตัวออกด้านข้างในกรอบกว้างๆ แนวรับอยู่แถว 1,250 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,350 และ 1,380 จุด แนะแบ่งขายตามแนวต้าน และรอซื้อคืนเมื่อราคาหุ้นแถวเข้าหาแนวรับที่ให้ไว้
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ







