
จี้รัฐเข้มทีโออาร์กันซ้ำจีนเลิกสัญญาแท็บเล็ต
เอกชนแนะรัฐศึกษากรณี เซินเจิ้น อิงถังฯ รอบคอบทำทีโออาร์กันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
เอกชนแนะรัฐศึกษากรณี เซินเจิ้น อิงถังฯ รอบคอบทำทีโออาร์กันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กรณีบริษัท เซินเจิ้น อิงถังฯ ยกเลิกสัญญาแท็บเล็ตเพื่อการศึกษา ทำให้กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้รับแท็บเล็ตมาแจกจ่ายนักเรียนตามเวลาที่คาดไว้ เกิดความเสียหายเป็นค่าเสียโอกาส แม้ได้ค่าปรับเงินประกันสัญญา 120 ล้านบาท แต่ต้องประมูลใหม่ ซึ่งไม่คุ้มค่าสิ่งที่เสียไป นักเรียนได้แท็บเล็ตไม่ทันใช้งาน
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาฯ ต้องศึกษาบทเรียนนี้ว่าแม้เป็นบริษัทต่างประเทศ มีกระบวนการผลิต เทคโนโลยีดี ราคาต่ำ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะผลิตแท็บเล็ตได้ตามต้องการ ต่อไปควรทำเอกสารกำหนดขอบเขตรายละเอียดสัญญา (ทีโออาร์) ที่รัดกุมกว่าเดิม ต้องรับประกันให้มั่นใจ เช่น หากให้บริษัทต่างประเทศเข้าร่วมประมูล อาจต้องร่วมทุนกับบริษัทไทย เพื่อให้เข้าใจกฎระเบียบข้อบังคับ หากมีปัญหารัฐสามารถทวงถามจากบริษัทไทยได้
“กรณีนี้ก็คล้ายการทำรถไฟฟ้า อาจมองว่าบริษัทไทยทำได้แต่สู้เรื่องเทคโนโลยี ระบบ หรือต้นทุนบริษัทต่างประเทศไม่ได้ หากจะให้ต่างประเทศทำล้วนๆ อาจเกิดปัญหา อาจใช้วิธีการร่วมทุน หรือมีรายละเอียดในทีโออาร์ที่ชัดเจนรัดกุม” นายภานุวัฒน์ กล่าว
สำหรับผลประชุมคณะกรรมการ บริหารนโยบายแท็บเล็ตนักเรียน มีมติเตรียมเปิดประมูลอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ภายใต้คุณลักษณะเดิม คาดเริ่มประกวดราคาอีก 7-10 วัน ได้ผู้ขายแท็บเล็ตใหม่ใน 45-50 วัน นักเรียนจะได้รับแท็บเล็ต มิ.ย. 2557 เมื่อขึ้นชั้น ป.2 ส่วนกรณีบริษัท สุพรีมฯ ยื่นอุทธรณ์ต่อ รมว.ศึกษาฯหลังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีคำสั่งยกเลิกสัญญาซื้อขายแท็บเล็ตโซนที่ 3 (สำหรับ ม.1 ภาคกลางและภาคใต้) ที่ประชุมเห็นชอบให้ยกเลิกคำสั่งยกเลิกสัญญาและให้ดำเนินการต่อ เพราะไม่พบความผิดชัดเจนแม้ราคาสูงกว่าผู้เสนอราคารายอื่น แต่มีกรณีแล้วว่าราคาต่ำไม่สามารถดำเนินการได้จริง อีกทั้งให้ สพฐ.สรุปบทเรียนการจัดซื้อ รวมข้อมูลการใช้งานโครงการที่ผ่านมา กำหนดคุณลักษณะแท็บเล็ตที่จะจัดซื้อใหม่ ให้ได้แท็บเล็ตคุณภาพ







