posttoday
สยามพิวรรธน์ร้องรัฐทำแวตฟรีโซน6เดือน

สยามพิวรรธน์ร้องรัฐทำแวตฟรีโซน6เดือน

11 พฤษภาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — สยามพิวรรธน์ วอนรัฐทำเขตปลอดภาษี ช่วยกลุ่มได้รับผลกระทบจากการชุมนุม หลังสูญกว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมอัดฉีด 300 ล้านบาท กระตุ้นยอดขายถึงสิ้นปีนี้

นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท สยามพิวรรธน์ เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และสยามพารากอน เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ประกอบการศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และผู้ประกอบการโรงแรมต่างๆ ในย่านราชประสงค์ ได้ยื่นข้อเสนอกับรัฐบาล ให้ยกเว้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวต กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่เข้ามาซื้อขายสินค้าในพื้นที่ย่านราชประสงค์ โดยกำหนดพื้นที่ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลมถึงสี่แยกปทุมวัน และสวนลุมพินีถึงสี่แยกประตูน้ำ หรือทำเขตปลอดภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat Free Zone) 6 เดือน

ทั้งนี้ หากรัฐบาลตอบรับมาตรการเขตปลอดภาษี จะเป็นการดึงผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้กลับมาใช้บริการโรงแรม ร้านอาหาร และซื้อสินค้าย่านราชประสงค์ที่ได้รับผลกระทบจากชุมนุมการเมืองได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่จะกลับมาเข้าพักตามโรงแรมในพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่เสียภาษี ทั้งยังสามารถกระตุ้นผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างดี

สำหรับความเสียหายจากการหยุดดำเนินการของสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และสยามพารากอน ช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ประเมินว่าบริษัทสูญรายได้ว่า 2,000 ล้านบาท พนักงานที่ทำงานในพื้นที่ดังกล่าวอีกเกือบ 1 หมื่นคน โดยแบ่งเป็นพนักงานในศูนย์การค้าต่างๆ กว่า 1,200 คน พนักงานในห้างสรรพสินค้าอีกราว 4,000 คน ที่พนักงานจะต้องแบกรับภาระค่าจ้างประจำ และพนักงานที่ประจำร้านค้าต่างๆ อีก 5,000 คน ที่แต่ละร้านค้าจะต้องรับผิดชอบ

นางชฎาทิพ กล่าวว่า ส่วนแผนช่วงที่เหลือปีนี้ ไม่ว่าการชุมนุมจะยุติหรือไม่ บริษัทเตรียมงบทำตลาดไว้ราว 300 ล้านบาท ช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยเพิ่มขึ้นอีกราว 100 ล้านบาท จากงบเดิมเป็น 400 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขาย จัดกิจกรรม เช่าพื้นที่นอกการชุมนุมช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าระบายสต๊อกสินค้า และเสริมสภาพคล่องทางการเงิน

“โดยแผนการช่วยเหลือผู้ประกอบการแคมเปญแรก คือ เอส. โอ.เอส. สยาม ซุปเปอร์ เซลส์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1116 พ.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และทองหล่อ มิดทาวน์ซึ่งในแคมเปญดังกล่าวบริษัทใช้งบไป 20 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นการเช่าพื้นที่ หรือการสื่อสารทางการตลาดไปยังผู้บริโภค ส่วนแคมเปญที่ดำเนินการต่อไป เช่น นิว เคลียร์ เซลล์, แคช แบล็ค กับ ซิตี้แบงค์ เป็นต้น” นางชฎาทิพ กล่าวนายชฏาทิพ เผยต่อว่า ตลอดระยะการดำเนินงานของบริษัทมา 40 ปี ตั้งแต่เปิดศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ปีนี้นับว่าการปิดย่ายราชประสงค์ในครั้งนี้ ถือเป็นวิกฤตที่หนักที่สุด ซึ่งนับว่าแย่กว่า เด็กช่างกลปทุมวันและอุเทนถวายติดกันจนกระจกศูนย์แตก การลดค่าเงินบาท หรือแม้แต่ยุคไอเอ็มเอฟ ที่ร้านค้าหายไปครึ่งศูนย์ก็ไม่แย่เท่ากับปีนี้ ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านแม้จะมีการปิดห้างเพราะเหตุการณ์ทางการเมืองแต่ก็ปิดแค่ 1 หรือ 1 วันครึ่ง ก็ต้องใช้เวลา 6 – 7 เดือน กว่าสถานการณ์การจับจ่ายในพื้นที่แห่งนี้จะกลับมาปกติ แต่การปิดย่านราชประสงค์ในครั้งนี้คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี กว่าจะเรียกความมั่นใจของชาวต่างชาติและชาวไทยให้กลับมาท่องเที่ยวและใช้จ่ายในย่านนี้เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตามบริษัทยังเดินหน้าดำเนินการตามแผนเดิมที่วางไว้ ไม่ว่าแผนการปรับปรุงสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และการเปิดพาราไดร์ซ พาร์ค ที่คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จสิ้นภายในเดือน พ.ค. นี้ และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน ก.ค. นี้ และในช่วงสิ้นปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ที่จะเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และโรงแรมในพื้นที่เดียวกันตามแผนการดำเนินการเดิม ซึ่งหน้าที่ของ สยามพิวรรธน์ คือการซื้อที่ดิน อาคาร เพื่อนำมาพัฒนาเป็นอสังหาริมทรัพย์

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล