มี.ค.ลุยลดดอกกู้ศก.0.25%
นักวิเคราะห์คาดเดือนหน้าการเมืองลดความร้อนแรง ส่งผล กนง.ลดอัตราดอกเบี้ยหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์คาดเดือนหน้าการเมืองลดความร้อนแรง ส่งผล กนง.ลดอัตราดอกเบี้ยหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร กล่าวในงานสัมมนา “ทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2557” ว่า คาดว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 มี.ค.นี้ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% อยู่ที่ระดับ 2% เนื่องจากประเมินว่าความเสี่ยงทางการเมืองในช่วงดังกล่าวน่าจะลดลงแล้ว และน่าจะเป็นจังหวะดีกระตุ้นให้ภาคเอกชนตัดสินใจลงทุน แต่หากความเสี่ยงยังไม่ลด ประเมินว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเก็บกระสุนเอาไว้ก่อน
ทั้งนี้ หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในกลางปีนี้ คาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในครึ่งปีแรกจะขยายตัวเพียง 0.6% ก่อนจะเติบโตสูงถึง 5% ในครึ่งปีหลัง และทำให้เศรษฐกิจตลอดทั้งปี 2557 เติบโตได้ในอัตรา 2.8%
อย่างไรก็ดี นายศุภวุฒิ ยังกล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ด้วยว่า แรงกดดันจากการที่สหรัฐลดการอัดฉีดสภาพคล่องสู่ตลาดทุนโลกนั้น จะทำให้ประเทศขนาดเล็กอย่างเช่นประเทศไทย ขาดความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะเงินทุนไหลออกเพิ่มขึ้น
ดังนั้น การดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจึงต้องพึ่งพิงการค้าระหว่างประเทศจากภาคการส่งออกเท่านั้น ซึ่งการค้าชายแดนเริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV จากที่เคยมีสัดส่วนส่งออก 3% ขณะนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 7% ของการส่งออกทั้งหมดแล้ว ประเทศไทยจึงต้องใช้ประโยชน์จากจุดนี้
ด้าน นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า จากข้อมูลในอดีตพบว่า วิกฤตการเมืองในประเทศไม่เคยก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้ประเทศไทยดำเนินสภาวะเช่นนี้ต่อไป เพราะจะทำให้ประเทศสูญเสียโอกาส
ขณะที่ นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษก ธปท. กล่าวว่า ที่ประชุม กนง. เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 3% จากคาดการณ์เดิมที่ประมาณ 4% โดยคาดว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกจะยังขยายตัวต่ำอยู่
อย่างไรก็ตาม ธปท.เชื่อว่าระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำราว 2% กว่านั้น จะไม่เพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับที่น่ากังวล เนื่องจากผู้ขอกู้จะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์จะพิจารณาปล่อยกู้อย่างรอบคอบขึ้น อีกทั้งยังมีฐานะแข็งแกร่งและมีการกันสำรองหนี้ไว้สูง







