
ธปท.ห่วงการออมเงินที่ต่ำของคนไทย
ธปท.ชี้การออมคนไทยต่ำมีคนถึง 22.6% ที่ไม่มีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ แนะครัวเรือนไทยไม่ก่อหนี้สูง
ธปท.ชี้การออมคนไทยต่ำมีคนถึง 22.6% ที่ไม่มีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ แนะครัวเรือนไทยไม่ก่อหนี้สูง
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานมหกรรมการเงินที่พัทยาว่า ธปท.ได้ให้ความสำคัญใน 3 เรื่องหลัก เพื่อดูแลให้ผู้ใช้บริการทางการเงินได้รับการคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพ ทั่วถึง และเป็นธรรม คือ 1. การส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ทางการเงิน รู้สิทธิ และความเสี่ยง ที่อาจมีเพื่อให้สามารถตัดสินใจทางการเงินได้อย่างเหมาะสม 2. การกำกับดูแลกฎเกณฑ์ให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองจากการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน และ 3. รับเรื่องร้องเรียนกรณีลูกค้าไม่ได้รับ ความเป็นธรรมตามสิทธิที่ควรได้รับ ผ่านสายด่วน 1213 ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของ ธปท.
“การไม่ก่อหนี้เกินตัว มีวินัยในการออม และวางแผนจัดสรรการออมที่เหมาะสมกับฐานะทางการเงินของแต่ละบุคคล ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่ดีกับครอบครัว เป็นเรื่องสาคัญที่สังคมไทยยังไม่ให้ความสาคัญอย่างจริงจังเท่าที่ควร เห็นได้จากผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปีที่แล้ว ซึ่งพบว่ามีประชาชนที่ไม่มีเงินออมเลยถึง 22.6% และมีประชาชนเพียง 23.3% หรือ ที่ไม่ถึง 1 ใน 4 ที่มีการเก็บออมไว้ใช้หลังเกษียณอย่างเพียงพอ เป็นเรื่องที่น่าห่วงในภาวะที่สังคมไทยมีประชากรเข้าสู่วัยชราภาพมากขึ้นอย่างรวดเร็ว” นายประสารกล่าว
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ขอเชิญชวนให้คนไทยมีวินัยการเงิน ไม่ส่งเสริมให้ครัวเรือนก่อหนี้จนเกินตัว และช่วยส่งเสริมการปลูกฝังวินัยการออม รวมทั้งการวางแผนจัดสรรการออมและการลงทุนที่เหมาะสมกับฐานะทางการเงินและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพการเงินและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังเชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจปีนี้มีแนวโน้มจะปรับดีขึ้นและจะขยายตัวดีกว่าปีที่แล้ว แต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากการทยอยลดมาตรการผ่อนคลายทางปริมาณเงิน (QE) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ และกระทบค่าเงินทั่วโลก รวมทั้งค่าเงินบาท โดยเศรษฐกิจไทย ยังมีปัจจัยบวกจากภาคการส่งออก ที่คาดว่าจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของ







