
อารมณ์
โนฮาว : สวัสดีครับ
โนฮาว : สวัสดีครับ
ปูกะตอย : ช่วงนี้สบายดีนะ
โนฮาว : สบายดีจ้า
ปูกะตอย : นี่รู้มั้ย เมื่อคืนนี้เซ็งมากเลย ข้างบ้านคุยกันเสียงดังมาก แถมคุยกันเรื่องหุ้น ไอ้เราก็รู้สึกว่าทำไมไม่ค่อยๆ ปรึกษาหารือกัน ค่อยหาทางออกกัน
โนฮาว : ทำไมเหรอ เขาขาดทุนหนักอะดิ
ปูกะตอย : เปล่า ฝ่ายหญิงต่อว่าฝ่ายชาย ไม่รู้จักดูข้อมูลให้ดีๆ ก่อนจะลงทุน ฝ่ายชายก็บอกว่าดูดีแล้ว แถมยังใช้วิธีการลงทุนวอร์เรน บัฟเฟตต์ หรือใช้กลยุทธ์หุ้นคุณค่า แต่ก็ยังไม่เป็นสำเร็จ
โนฮาว : จะบอกอะไรให้นะ ถึงแม้เราจะมีข้อมูลที่ดีแล้ว ทั้งอ่าน ทั้งศึกษา แต่กลับลืมปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งไป
ปูกะตอย : อะไรอ่ะ
โนฮาว : อารมณ์งัย คือ ต้องรู้จักจัดการอารมณ์และความรู้สึกให้ดีๆ
ปูกะตอย : ยังงัย งง
โนฮาว : อ้าว รู้มั้ย นักลงทุนมักจะมีสองอารมณ์ คือ อารมณ์กล้าเกินไป กับอารมณ์กลัวจนหัวหด
ปูกะตอย : เหรอ
โนฮาว : อารมณ์กล้าเกินไป มักจะเกิดกับตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้น ราคาหุ้นร้อนแรง ทำให้อารมณ์คึกคัก ลุยซื้อหุ้นโดยที่ไม่ดูข้อมูลอะไรเลย ส่วนใหญ่ก็เก็งกำไรกันทั้งนั้น ผลสุดท้ายถ้าไม่แน่จริงอาจจะขาดทุน เพราะราคาหุ้นที่ซื้อไปนั้นสูงเกินไปแล้ว
ปูกะตอย : จริง
โนฮาว : อารมณ์กลัวเกินไป ก็มักจะเกิดในช่วงตลาดหุ้นเป็นขาลง มีความผันผวน เพราะเมื่อเห็นราคาปรับลงเรื่อยๆ ก็ตกใจจึงพยายามขายหุ้นออกให้หมด ยิ่งขาย ราคายิ่งลดลง ยิ่งขาย ยิ่งขาดทุน สุดท้ายก็ขายขาดทุนกันตามระเบียบ
ปูกะตอย : แล้วจะทำยังงัย
โนฮาว : อารมณ์งัย พูดง่ายๆ ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ดีๆ อย่างเช่น อย่าวู่วามไปกับตลาด ค่อยๆ ดู ค่อยๆ ตัดสินใจ อย่าหวั่นไหว และที่สำคัญเวลาเราลงทุนก็ต้องมองภาพรวมของพอร์ตลงทุน อย่าสนใจหุ้นเป็นรายตัวให้มากนัก
ปูกะตอย : จริง
โนฮาว : และอย่าลืมวางเป้าหมายการลงทุนเอาไว้ตั้งแต่เริ่มต้นว่าเราคาดหวังผลตอบแทนระดับไหน แต่ก็อย่าให้สูงจนเวอร์ล่ะ แล้วก็เวลาลงทุนก็มองหุ้นไม่มาก ไม่ใช่ซื้อเข้าพอร์ตเป็นสิบ ยี่สิบตัว เอาพอดีๆ เพราะเวลาดูจะได้ทั่วถึง และที่ลืมไม่ได้ ก็คือ ต้องหัดอดทนและรอคอย เพราะเมื่อเราซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีแล้ว ไม่ต้องไปกังวลกับระยะสั้นๆ เพราะเป้าหมายของเรา ก็คือ รอผลตอบแทนในระยะยาว
ปูกะตอย : โอเคเลย แต่คงไม่สามารถไปบอกข้างบ้านได้หรอก ให้พวกเขาคิดเองแล้วกัน วันนี้ไปก่อนนะ บ๊าย บาย







