
แอลจีฮึดบุกมือถือปีนี้อีกยก
แอลจี รีสตาร์ทธุรกิจโมบาย ครึ่งปีแรกบุกตลาดกลางบน ส่วนครึ่งปีหลังลุยล่างจับผู้ใช้ 3จีใหม่ หวังแชร์กว่า 10%
แอลจี รีสตาร์ทธุรกิจโมบาย ครึ่งปีแรกบุกตลาดกลางบน ส่วนครึ่งปีหลังลุยล่างจับผู้ใช้ 3จีใหม่ หวังแชร์กว่า 10%
นายอนุพันธ์ ภักดีศุภฤทธิ์ หัวหน้า กลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แอลจีได้ปรับโครงสร้างและกลยุทธ์กลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือในประเทศไทยใหม่ตั้งแต่ปี 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งยอมรับว่าก่อนหน้านั้นได้ชะลอทำตลาดไประยะหนึ่ง จนกระทั่งเปิดตัวรุ่น แอลจี จี2 เมื่อปลายปี 2556 จึงเริ่มกลับมาได้รับการตอบรับจากตลาดดี ดังนั้นปี 2557 จึงเปรียบเสมือนการเริ่มต้นทำตลาดโมบายใหม่อีกรอบ โดยครั้งนี้จะมุ่งที่สมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียว
สำหรับในครึ่งปีแรก แอลจีจะเน้นตลาดเครื่องระดับกลางบน โดยเตรียมมือถือใหม่ 56 รุ่น ระดับกลาง ราคา 7,000-8,000 บาท ส่วนระดับบน ราคาตั้งแต่ 1.5 หมื่นบาทขึ้นไป เน้นที่เทคโนโลยีเป็นหลัก ซึ่งหลักการคือจะไม่เน้นจำนวนการขายเครื่อง แต่จะเน้นรายได้เป็นหลัก พร้อมทำงานร่วมกับช่องทางจำหน่ายใหม่ทั้งหมด ช่วงแรกยังเน้นในเขตกรุงเทพฯ และหัวเมืองก่อน จากนั้นครึ่งปีหลังจะเริ่มเปิดตัวรุ่นระดับล่าง ราคาประมาณ 2,0003,000 บาท
“ตลาดล่างจะเริ่มเห็นตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป โดยทำตลาดไปพร้อมกับผู้ให้บริการ เพราะต้องมีการเร่งโอนลูกค้าจากระบบเดิมมาอยู่บนระบบ 3จีใหม่ ถือเป็นโอกาส ในการสร้างส่วนแบ่งตลาดและบุกตลาด ต่างจังหวัด ซึ่งแอลจียังทำได้ไม่ดีนักในช่วงที่ผ่านมา โดยจะใช้จุดเด่นเรื่องราคาเป็นหลัก” นายอนุพันธ์ กล่าว
ทั้งนี้ แอลจีตั้งเป้าว่าภายใน 2 ปี หากมีสมาร์ทโฟนเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่องและเพียงพอกับความต้องการของตลาด จะมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 10% โดยระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมานี้ สามารถสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดีจากรุ่น แอลจี จี2 และในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป วันที่ 13-16 ก.พ.นี้ จะเปิดให้จอง แอลจี จีเฟล็กซ์ (LG G Flex) สมาร์ทโฟนหน้าจอโค้ง ราคากว่า 2 หมื่นบาท และรับเครื่องจริงประมาณต้นเดือน มี.ค.
นอกจากนี้ ยังมองว่า ด้วยตลาดรวมโทรศัพท์มือถือที่คาดว่าจะมีกว่า 20 ล้านเครื่องในปีนี้ มีโอกาสเป็นสมาร์ทโฟนถึง 90% เนื่องจากการโอนย้ายลูกค้ามาระบบ 3จี และลูกค้าที่ซื้อเครื่องใหม่ทั้งหมดต้องการใช้งานสมาร์ทโฟนเป็นหลัก เพื่อให้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ส่วนเครื่องฟีเจอร์โฟนน่าจะเป็นเครื่องที่ซื้อในวงจำกัดใช้งานเสียงเท่านั้น
ขณะที่สถานการณ์การเมืองเชื่อว่าอาจมีผลกระทบบ้างเล็กน้อย แต่จากวิกฤตการเมืองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าแทบไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจมือถือ เห็นได้จากรายได้จากผู้ให้บริการมือถือยังคงเติบโตทุกปียอดขายเครื่องมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยิ่งมีปัจจัยบวกคือ การโอนย้ายลูกค้าไปสู่ระบบ 3จี ที่คาดว่าจะมีลูกค้าอีกกว่า 50 ล้านรายอยู่ในระบบเดิม จึงมั่นใจว่าธุรกิจมือถือยังมีโอกาสเติบโต







