
ม็อบราคายางรุมฉุดเศรษฐกิจใต้
รายได้เกษตรวูบสวนค่าครองชีพแต่ส่งออกฟื้นตัว
รายได้เกษตรวูบสวนค่าครองชีพแต่ส่งออกฟื้นตัว
แบงก์ชาติชี้ เศรษฐกิจใต้ปีนี้ยังเจอมรสุมการเมืองราคายาง แต่ได้อานิสงส์เศรษฐกิจโลกดันให้ฟื้นตัว
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคใต้ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจภาคใต้ปี 2557 จะปรับตัวดีขึ้นตามทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป ซึ่งจะเอื้อต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกได้ระดับหนึ่ง และคาดว่าผลผลิตการเกษตรจะปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน โดยคาดว่าปัญหาโรคระบาดในกุ้งขาวจะคลี่คลายลง ขณะที่การใช้จ่ายของภาคเอกชนจะได้รับแรงหนุนจากการปรับลดอัตราภาษีใหม่ และผู้ประกอบการบางรายอาจเดินหน้าแผนลงทุนหลังจากที่ชะลอไปในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ภาคใต้ 14 จังหวัด ยังต้องระวังสถานการณ์ทางการเมืองที่ ยังคงยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบให้ภาค การท่องเที่ยว การลงทุนของภาคเอกชน และการใช้จ่ายของภาครัฐปรับตัวลดลง หลังจากที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองเริ่มส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2556 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ธปท.ยังเตือนสถานการณ์ราคายางพาราในปีนี้ว่า ยังคงมีปัจจัยลบจากการผลิตส่วนเกินของโลกที่ขยายตัวมากกว่าความต้องการของโลก สภาพอากาศที่แปรปรวนมากขึ้นที่อาจกระทบต่อผลผลิตและราคายาง ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ของภาคเกษตรยังคงมีความผันผวน
ขณะเดียวกัน ค่าครองชีพปีนี้มี แนวโน้มสูงขึ้นตามต้นทุนสินค้า โดยเป็นผลมาจากการปรับขึ้นราคาพลังงาน และมาตรการอุดหนุนราคาพลังงานที่จะสิ้นสุดลง ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น จนอาจส่งผลให้การบริโภคขยายตัวได้ไม่มากนัก
สำหรับปี 2556 เศรษฐกิจภาคใต้ชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้า จากปัญหาโรคระบาดในกุ้งขาวและราคาสินค้าเกษตร ที่ยังคงลดลง ทำให้รายได้เกษตรกร ลดลง ขณะที่แรงส่งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทยอยหมดลง ส่งผลให้การใช้จ่ายภาคเอกชน โดยเฉพาะหมวดยานยนต์และการลงทุนด้านก่อสร้างหดตัว
ทั้งนี้ ดัชนีรายได้เกษตรกรปรับตัวลงถึง 11.4% ดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่ลดลง 7.9% และดัชนีผลผลิตภาคเกษตรที่ลดลง 3.8% เนื่องจากผลผลิตกุ้งขาวลดลงจากโรคระบาดอีเอ็มเอสถึง 55.2%
อย่างไรก็ดี การส่งออกในภาคใต้ 14 จังหวัดปรับตัวดีขึ้น คิดลดลงเพียง 4% เทียบกับปีก่อนหน้าที่ลดลงถึง 16.6% สอดคล้องกับการผลิตสินค่าอุตสาหกรรมที่ยังขยายตัว โดยดัชนีผลผลิตภาคอุตสาห กรรมขยายตัว 2.4% ใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากการผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นตามปริมาณวัตถุดิบ ขณะที่การผลิตยางแปรรูปและไม้ยางพาราคาแปรรูปเพิ่มขึ้นถึง 7.9% และ 19% ตามลำดับ เนื่องจากจีนซื้อยางเก็บเข้าสต๊อกเพิ่มขึ้น
ขณะที่ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนนั้น พบว่าปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยหดตัวลง 4.6% ในไตรมาส 3 และ 7.2% ในไตรมาส 4 ส่งผลให้ตัวเลขการลงทุนตลอดทั้งปีปรับตัวลง 0.1%







