
ต้นทุนพุ่ง-เข้าถึงแหล่งเงินปัญหาหลักเอสเอ็มอี
หอการค้าไทยเผย เอสเอ็มอี ยังเผชิญปัญหาต้นทุนพุ่ง เข้าถึงสินแหล่งสินเชื่อยาก กระทบขีดความสามารถแข่งขัน
หอการค้าไทยเผย เอสเอ็มอี ยังเผชิญปัญหาต้นทุนพุ่ง เข้าถึงสินแหล่งสินเชื่อยาก กระทบขีดความสามารถแข่งขัน
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงการสำรวจดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอี ประจำไตรมาสที่ 4/2556 ว่า ได้ทำการสำรวจใน 3 ประเด็น คือ ดัชนีสุขภาพของธุรกิจ ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ และดัชนีความยั่งยืนขอธุรกิจ ซึ่งในภาพรวมค่าดัชนีที่ออกมายังไม่สะท้อนปัจจัยเสี่ยงจากการเมืองที่ชัดเจนนัก เนื่องจากช่วงที่สำรวจ เหตุการณ์ทางการเมืองยังไม่รุนแรง และยังไม่ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดังนั้น ค่าดัชนีสุขภาพยังปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 61.6 เนื่องจากธุรกิจได้กำจัดสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ออกไป และลดปริมาณสต็อกวัตถุดิบเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ ยกเว้นพื้นที่ภาคใต้ที่ยังน่าเป็นห่วงเพราะมียอดขายลดลง
สำหรับดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ อยู่ที่ระดับ 58.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.1 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากธุรกิจได้พัฒนาคุณภาพและสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าบริการเพื่อลดการแข่งขันด้านราคา แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องต้นทุนของสินค้ามีแนวโน้มปรับสูงขึ้น และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ยากขึ้น ส่วนดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจเอสเอ็มอี อยู่ที่ระดับ 58.8 ปรับเพิ่มขึ้น 3.8 จุด เทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา เป็นผลจากธุรกิจมีการลงทุนระยะยาวในกิจกรรมด้านซีเอสอาร์ ด้านการตลาดเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ได้ประมาณการดัชนีความสามารถในการแข่งขันไตรมาส 1 ของปี 2557 ซึ่งคาดว่า จะคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง 71.6% และ ดีขึ้น 20.1% โดยปัจจัยลบที่มีผลต่อขีดความสามารถการแข่งขันในลำดับแรก คือ ปัญหาขาดสภาพคล่อง ขาดเงินทุนในการทำธุรกิจ รองลงปัญหาสินค้ามีต้นทุนสูงกว่าคู่แข่ง ซึ่งจะพบในธุรกิจภาคการผลิต ภาคการค้า และภาคบริการ สิ่งที่เอสเอ็มอีต้องการได้รับความช่วเยหลือจากภาครัฐ คือ ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าของผู้ประกอบการ ตลอดจนการช่วยเหลือด้านต้นทุนสินค้าให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่นได้ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพราะสถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อ







