
เรียนรู้พฤติกรรมการเงินจากการเมือง (ต่อ)
ครั้งที่แล้วเราได้คุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางการเมืองที่น่าจะนำมาอธิบายพฤติกรรมการเงินที่เกิดขึ้นได้ไป 2 พฤติกรรม คือ Over Confidence และ Status Quo Bias ไปแล้ว
ครั้งที่แล้วเราได้คุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางการเมืองที่น่าจะนำมาอธิบายพฤติกรรมการเงินที่เกิดขึ้นได้ไป 2 พฤติกรรม คือ Over Confidence และ Status Quo Bias ไปแล้ว
Confirmation Bias
ในช่วงนี้ที่การติดต่อสื่อสารผ่านสื่อ Online เช่น Facebook หรือ Line ฯลฯ มีบทบาทมากขึ้นทางการเมือง ถ้าถามพวกเราว่า Page ใน Facebook หรือกลุ่มใน Line ที่เราเป็น Fan หรือ Friend ด้วย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีความเห็นทางการเมืองตรงกับเรา หรือแย้งกับเรา แน่นอนครับ พวกเรามักจะเลือกเป็น Fan หรือ Friend ใน Facebook หรือ Line ที่มีความเห็นทางการเมืองตรงกับเรา พฤติกรรมอย่างนี้ล่ะครับ คือ Confirmation Bias คือ พฤติกรรมที่เราจะเลือกรับรู้ข้อมูลเฉพาะที่ตรงกับความเชื่อของเรา และเราก็เลือกที่จะมองข้าม หรือโต้แย้งเพื่อน หรือข้อความที่ส่งมาจากคนที่มีความเห็นต่าง
Confirmation Bias นี้จะก่อให้เกิดพฤติกรรมต่อเนื่องอีกอย่าง คือ Selective Search for Evidence คือ การที่คนเรามีแนวโน้มมองหาข้อมูลที่สนับสนุนความเชื่อของเรา และปฏิเสธข้อมูลที่ขัดแย้งความเชื่อ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะเลือกเป็น Fan หรือ Friend ใน Facebook หรือ Line ที่มีความเห็นทางการเมืองตรงกับเราซะเป็นส่วนใหญ่
ในการลงทุนก็ไม่ต่างกัน Confirmation Bias ทำให้นักลงทุนจะหาข้อมูลที่มาสนับสนุนความคิดเกี่ยวกับการลงทุนของตนมากกว่าหาข้อมูลมาโต้แย้ง ซึ่งเป็นผลให้เกิดการตัดสินใจผิด เพราะข้อมูลด้านเดียวจะทำให้กรอบความคิดของนักลงทุนบิดเบือนไป เหมือนภาพที่ไม่สมบูรณ์...อย่างเช่น ถ้าเราตัดสินใจซื้อหุ้น A ไปแล้ว เราก็จะพยายามหาข้อมูลและบทวิเคราะห์ที่มาสนับสนุนว่าหุ้น A สุดยอด ใครบอกว่าหุ้น A ไม่ดีก็ไม่เชื่อ
พฤติกรรมการรับรู้ข้อมูลเพียงด้านเดียวจาก Confirmation Bias นี้จะทำให้เราตัดสินใจผิดพลาดได้ ดังนั้น เพื่อให้การตัดสินใจสมเหตุสมผล เราควรจะหาข้อมูลให้ครบทุกด้าน ทั้งด้านที่สนับสนุนและกล้าที่จะเผชิญหน้ากับข้อมูลด้านที่ขัดแย้งกับความคิดของตนเอง...เพื่อให้การตัดสินใจนั้นถูกต้องเหมาะสม
Source Credibility Bias
พอดีช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นที่ฮอตฮิตไม่ว่าจะใน Line หรือ Facebook คือประเด็น Vote No (ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ไม่เลือกใคร) หรือ No Vote (ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเลย) สำหรับผู้ที่ตั้งใจไปเลือกพรรคการเมืองในใจอยู่แล้ว ประเด็นนี้ก็ไม่มีปัญหา แต่เป็นประเด็นสำหรับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าจะ Vote No หรือ No Vote อย่างไหนมีประโยชน์มากกว่า ทีนี้เราก็จะมีผู้รู้ กูรู และกูรู้ทั้งหลายให้ความเห็นมากมายในสื่อ ทุกความเห็นที่ให้ต่างก็มีเหตุผลที่รองรับกันทั้งนั้น และที่สำคัญ คือ มีทั้งแนะนำให้ Vote No และ No Vote 2 อย่างเลย เอาแล้วสิ เราควรจะตัดสินใจอย่างไรดี ผมเชื่อว่าหลายคนก็มีปัญหาเหมือนผม (เพราะผมและเพื่อนๆ ผมก็มีปัญหาเหมือนกัน) เพื่อนๆ มีเกณฑ์ตัดสินใจยังไงครับ หลายคนตัดสินใจโดยดูก่อนเลยใครเป็นคนให้ความเห็น ถ้าดูแล้วเชื่อถือได้ก็เชื่อ ถ้าดูแล้วเชื่อถือไม่ได้ก็ไม่เชื่อ พฤติกรรมอย่างนี้แหละครับที่เขาเรียกกันว่า Source Credibility Bias คือ การที่เราตัดสินใจเชื่ออะไรแทนที่จะพิจารณาที่ข้อมูล กลับพิจารณาว่าใครเป็นคนพูด จากการที่คนเรามีพฤติกรรมเลือกเชื่อคนที่พูดมากกว่าสิ่งที่พูด ในด้านการเมืองเราจะเห็นการนำพฤติกรรมนี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ทางการเมือง
ตัวอย่างเช่น จะเห็นผู้ไม่เห็นด้วยกับ กปปส. หลายคนออกมาให้ความเห็นทำนองว่าอย่าไปเชื่อคุณสุเทพ เพราะจริงๆ ก็ไม่ใช่คนดี โดยยกเรื่องราวในอดีต เช่น กรณี ส.ป.ก. เป็นต้น ซึ่งเป็นวิธีลดความน่าเชื่อถือของผู้นำนั่นเอง หรืออีกวิธีที่พบมากในช่วงหลังก็คือ เราจะพบข้อมูลที่เป็นเท็จออกมาจาก Page ของ Facebook ที่เราเป็น Fan Page อยู่ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่โจมตีฝั่งตรงข้ามหรือฝั่งตนเองก็ตาม ทั้งที่ตอนแรกที่เราเข้าไปกด Like หรือเข้ากลุ่มด้วย เพราะเป็น Page ที่มีความเห็นตรงกัน (ตามพฤติกรรม Confirmation Bias ที่กล่าวไปข้างต้น) เหตุผลของกรณีนี้ก็เป็นการใช้ประโยชน์จาก Source Credibility Bias เช่นเดียวกัน โดยอาจมีกลุ่มคนที่ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของ Page ที่เราเป็นสมาชิกอยู่ใช้วิธีเข้ามาเป็นสมาชิก และก็เริ่มทำลายความน่าเชื่อถือของ Page โดยการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ ซึ่งเมื่อทำมากๆ ขึ้น เราเองในฐานะสมาชิกก็จะไม่เชื่อข้อมูลของ Page นั้นอีก พฤติกรรมนี้ในด้านการเงินก็เป็น อย่างเช่น เราเลือกเชื่อนักวิเคราะห์แทนที่จะเลือกเชื่อนักลงทุนที่นั่งข้างๆ ทั้งที่คำแนะนำของนักลงทุนที่นั่งข้างๆ อาจถูกต้องกว่าก็ได้ ดังนั้น เพื่อไม่ตกอยู่ในอคตินี้ ก่อนตัดสินใจเชื่ออะไร นอกจากพิจารณาว่าใครพูดแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่า คือ สิ่งที่พูดเชื่อถือได้หรือไม่ โดยการหาข้อมูลอื่นๆ มาสนับสนุน เป็นต้น
จะเห็นนะครับว่าพฤติกรรมทั้งสองอันนี้ก็เป็นพฤติกรรมที่พวกเราเป็นกันอยู่ และเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของเรามากทีเดียวครับ ครั้งหน้าเราค่อยมาว่ากันต่อถึงพฤติกรรมการเงินตัวอื่นๆ ครับ
สุดท้ายขอฝากหนังสือ “กลยุทธ์ภาษี เรื่องง่ายๆ ใกล้คุณ” ซึ่งอธิบายหลักการ เหตุผลของกลยุทธ์ และเทคนิคการวางแผนภาษีต่างๆ ที่อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายๆ อ่านแล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้วางแผนภาษีด้วยตนเองได้ สนใจหาซื้อได้ที่ร้านนายอินทร์ หรือถ้าซื้อ Online ก็ได้หลายที่ครับ เช่น www.chulabook.com, www.b2s.co.th, www.booksmile.co.th, www.naiin.com ครับ







