
ดอกเบี้ยที่ขยับสูงขึ้นไม่มีอะไรน่ากลัว
คำกล่าวที่ว่าอัตราดอกเบี้ยที่ขยับสูงขึ้นจะทำให้ตลาดหุ้นตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นสหรัฐ หรือทำให้การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์สะดุด หรือทำให้ตลาดทองคำพังพาบ เป็นแค่เพียงความเชื่อที่ไม่ได้อยู่บนฐานของความจริง
คำกล่าวที่ว่าอัตราดอกเบี้ยที่ขยับสูงขึ้นจะทำให้ตลาดหุ้นตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นสหรัฐ หรือทำให้การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์สะดุด หรือทำให้ตลาดทองคำพังพาบ เป็นแค่เพียงความเชื่อที่ไม่ได้อยู่บนฐานของความจริง
คำกล่าวข้างต้นอาจจะเป็นจริงก็ได้ ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยขยับขึ้นจนถึงระดับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และสูงเกินกว่าอัตราเงินเฟ้อมากๆ แต่ไม่ใช่ในปัจจุบัน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยในหลายๆ แห่งทั่วโลกกำลังปรับตัวสูงขึ้นจากระดับที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังคงต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่มาก
นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง นั่นคือเมื่ออัตราดอกเบี้ยขยับสูงขึ้นจากระดับต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ และธนาคารกลางสหรัฐอาจจะปรับลดโครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลลงอีกในเดือนต่อๆ ไป นักลงทุนหลายรายอาจจะแสวงหาการลงทุนที่ปลอดภัยมากขึ้น แต่ทั้งนี้มีเพียงตลาดพันธบัตรรัฐบาลเพียงตลาดเดียวเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบเชิงลบจากอัตราดอกเบี้ยที่ขยับสูงขึ้น
สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์นั้น ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวอยู่เช่นในขณะนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านขยับขึ้นจะไม่ส่งผลลบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากอุปสงค์ที่อั้นมาจากช่วงก่อนหน้านี้จะรีบกลับเข้ามาในตลาด เพราะกลัวว่าต้นทุนทางการเงินในการกู้บ้านจะขยับสูงขึ้นไปกว่านี้
และนั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับหลายๆ ตลาดในยุโรปและสหรัฐ ซึ่งตลาดที่อยู่อาศัยกำลังฟื้นตัว
จากข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในแมนฮัตตันล่าสุด ที่รวบรวมโดยบริษัทผู้ประเมินราคาอย่าง Miller Samuel Inc. และนายหน้าอสังหาริมทรัพย์อย่าง Douglas Elliman Real Estate ยอดขายคอนโดมิเนียมและอาคารที่พักอาศัยในไตรมาส 4 ขยับเพิ่มขึ้นถึง 27% จากปีก่อนหน้าเป็น 3,297 หน่วย ซึ่งเป็นยอดขายที่สูงที่สุดสำหรับไตรมาสสุดท้ายของปีในรอบ 25 ปีที่มีการเก็บสถิติมา
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น อุปทานของบ้านที่มีการขายอยู่ในตลาดเมื่อสิ้นเดือน ธ.ค. ก็ลดลง 12% จากปีก่อนหน้าเหลือ 4,164 หน่วย ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ Miller Samuel เริ่มเก็บสถิติมาเมื่อ 14 ปีก่อน
ในด้านของราคานั้น จากข้อมูลของ Miller Samuel และ Douglas Elliman พบว่าค่ามัธยฐานของมูลค่าธุรกรรมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในแมนฮัตตันในไตรมาส 4 ขยับเพิ่มขึ้น 2.1% เป็น 8.55 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่ราคาเฉลี่ยต่อตารางฟุตขยับเพิ่มขึ้นถึง 8.7% เป็น 1,178 เหรียญสหรัฐ โดย 43% ของธุรกรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผู้ซื้อยินดีจ่ายในราคาที่ผู้ขายเรียกร้องเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 12% ในปีก่อนหน้า
ยิ่งไปกว่านั้น ราคาคอนโดมิเนียมในไตรมาส 4 ได้ขยับเพิ่มขึ้น 14% ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.32 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่เว็บไซต์ที่ประกาศขายอสังหาริมทรัพย์อย่าง StreetEasy.com ของ Zillow Inc. ก็รายงานว่าค่ามัธยฐานของราคาอสังหาริมทรัพย์สร้างใหม่เพิ่มขึ้นถึง 76% เป็น 2.18 ล้านเหรียญสหรัฐ
ซึ่งปรากฏการณ์เดียวกันนี้ก็กำลังเกิดขึ้นกับย่านชานเมืองของสหรัฐเช่นกัน นั่นคืออัตราดอกเบี้ยที่กำลังขยับขึ้นเป็นตัวกระตุ้นให้นักลงทุนตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น ก่อนที่ต้นทุนทางการเงินจะสูงไปกว่านี้
ไม่ใช่แค่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ดอกเบี้ยที่ขยับสูงขึ้นในโลกตะวันตกก็กำลังส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน แม้ว่าตลาดหุ้นในสหรัฐและยุโรปขณะนี้ยังอ่อนไหวต่อการปรับตัวลงในช่วงสั้น แต่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ตลาดปรับขึ้นได้ในระยะยาว
ซึ่งหมายความว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวขึ้น เงินหมุนเร็วขึ้น และอุปสงค์สินเชื่อก็เพิ่มขึ้น
ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะสนับสนุนให้ราคาหุ้นปรับขึ้นได้
ในกรณีของตลาดโภคภัณฑ์ก็เช่นเดียวกัน นั่นคือความเชื่อที่ว่าทองคำไม่มีอนาคตในยามที่ดอกเบี้ยขยับขึ้นนั้น เป็นความเชื่อที่ไร้เหตุผล ดังจะเห็นได้จากการที่ทองคำปรับตัวขึ้นรอบใหญ่ในช่วงปี 2516-2523 เช่นเดียวกับราคาโภคภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่อัตราดอกเบี้ยขยับสูงขึ้นอย่างมาก
สินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ยังมีโอกาสที่จะปรับตัวลงได้อีกก่อนที่จะถึงจุดต่ำสุด ซึ่งน่าจะได้เห็นในไตรมาสแรกของปีนี้ ก่อนที่จะปรับขึ้นอีกครั้งควบคู่ไปกับอัตราดอกเบี้ยที่ขยับสูงขึ้น
ผมก็เหมือนกับนักลงทุนอีกหลายๆ คน ที่กำลังเฝ้าจับตาดูราคาทองคำที่คาดว่ากำลังมุ่งไปสู่จุดต่ำสุดในปี 2557 ซึ่งแม้ราคาทองจะปรับตัวขึ้นมาในช่วงสั้นๆ นี้ แต่ผมเชื่อว่ามันจะหักหัวกลับลงไปจนถึงจุดต่ำสุดที่ประมาณ 9951,045 เหรียญสหรัฐ ซึ่งน่าจะได้เห็นภายในไม่เกินเดือน มี.ค.นี้
ผมขอให้คุณจับตาราคาทองคำเอาไว้ให้ดี และอยากแนะให้คุณทุ่มซื้อเมื่อราคาร่วงลงมาถึงระดับดังกล่าว หรือประมาณบาทละ 15,500-16,500 บาท เพราะจากการที่ผมศึกษาวัฏจักรราคาทอง แบบจำลองเชิงปริมาณและการวิเคราะห์ทางเทคนิคประกอบกัน บ่งชี้ว่าแนวรับระยะยาวของราคาทองคำควรจะอยู่บริเวณนั้น
ขอย้ำอีกครั้งว่าดอกเบี้ยที่ขยับสูงขึ้นนั้นไม่มีอะไรน่ากลัวเลย แม้แต่กับตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้นในเอเชียก็ตาม เพราะสำหรับตลาดส่วนใหญ่ในเกือบทุกมุมโลกแล้ว การที่อัตราดอกเบี้ยขยับขึ้น หมายถึงชีพจรเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวขึ้นนั่นเอง







