
เจิมศักดิ์หนุนหม่อมอุ๋ยไล่ปูสับจำนำข้าวโกงเละ
เจิมศักดิ์ หนุน จม.เปิดผนึกหม่อมอุ๋ยไล่ปูชี้รัฐบาลไม่มีความน่าเชื่อถือแล้ว อัดรับจำนำข้าวโกงแหลกไม่มีเงินจ่ายชาวนา ธนาคารไม่กล้าปล่อยกู้
เจิมศักดิ์ หนุน จม.เปิดผนึกหม่อมอุ๋ยไล่ปูชี้รัฐบาลไม่มีความน่าเชื่อถือแล้ว อัดรับจำนำข้าวโกงแหลกไม่มีเงินจ่ายชาวนา ธนาคารไม่กล้าปล่อยกู้
เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง แนวร่วมกปปส. กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์บลูสกายหลัง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยเรียกร้องให้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นรัฐบาลรักษาการว่า รู้สึกเห็นด้วย 100% โดยเฉพาะประเด็นความล้มเหลวในการบริหารโครงการรับจำนำข้าว เท่าที่ได้ฟังตีความได้เลยว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กำลังจะบอกว่า รัฐบาลไม่มีความเชื่อมั่นแล้ว ชาวนาไม่ไว้ใจ หากยังรักษาการอยู่เศรษฐกิจจะตกต่ำลงไปเรื่อยๆ และจะมีปัญหาตามมาอย่างหนักหน่วง การรับจำนำข้าวของรัฐบาล ถือเป็นการต้มตุ๋นชาวนา และคนไทยทั้งประเทศ เพราะตอนนี้ไม่มีเงินมาจ่ายให้กับชาวนา
"ผมชอบการตอบคำถามของหม่อยอุ๋ย หลังจากที่ได้อ่านจดหมายเปิดผนึกแล้วที่ว่า เวลานี้บ้านเมืองต้องการหาคนที่เสียละ เมื่อรัฐบาลขาดความชอบธรรม และบริหารจัดการนโยบายล้มเหลว ก็ควรลาออกไป รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีพอที่จะให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ หากเป็นผู้นำต่างประเทศทั่วโลกเจอสถานการณ์เช่นนี้ผู้นำจะลาออกไปแล้ว ไม่มีใครอยู่ต่อทั้งที่ขาดความน่าเชื่อถือ"นายเจิมศักดิ์ กล่าว
นายเจิมศักดิ์ กล่าววอีกว่า รัฐบาลทำโครงการรับจำนำข้าวมีการโกงมหาศาลเมื่อไม่มีเงินจ่ายให้ชาวนา จึงไปขอกู้ที่ธนาคารธกส.ก่อน แต่ธกส.บอกว่าจะเอาเงินที่ไหนมาให้เพราะไม่มีเงิน รัฐบาลก็กลัวว่าประชาชนจะรู้ทัน คนแห่จะไปถอนเงินจากธนาคาร เมื่อไม่ได้ก็ไปของกู้กับธนาคารออมสิน พนักงานของธนาคารก็บอกว่าไม่ได้ ก็มาแนวใหม่ไปออกพันธบัตรรัฐบาล เพื่อขายให้ธนาคารพาณิชย์ แต่ก็ไม่มีใคยอมซื้อเพราะโครงการข้าวกระฉ่อนไปทั่วโลก คนรับรู้มีการโกงมโหฬาร ธนาคารก็กลับมาฉุกคิดว่า จะไปส่งเสริมคนโกงหรือไม่ หลักการปล่อยกู้ของธนาคารต้องประเมินความสำเร็จของโครงการ แต่สองปีที่ผ่านมาถือว่าแย่มาก
ขณะเดียวกันถามต่อว่า กฏหมายเปิดช่องให้กู้ได้หรือไม่ จะเห็นว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลชั่วคราว จะมีความรับผิดชอบมากแค่ไหน และรัฐธรรมนูญก็ห้ามไม่ให้รัฐบาลรักษาการไปดำเนินการมีผลผูกพันไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ ดังนั้น หากธนาคารให้กู้ถือว่าเป็นโมฆะ ประชาชนเอาเงินไปฝากธนาคารก็ไม่อยากให้ธนาคารเอาเงินไปปล่อยกู้แล้ววันนี้ก็มีข่าวอีกแล้วว่าจะไปกู้ธนาคารออมสิน
ด้านนายวิชัย ศรีประเสิรฐ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่าสองปีที่ผ่านมารัฐบาลขายข้าวไม่ออก เพราะเงินไปลงทุนประมาณ 760,000 ล้านบาท ไปจำนำข้าว แต่กลับมีเงินไปคืนธนาคารได้มากสุดก็ 160,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าการลงทุนทุก 100 บาทของรัฐบาล จะสามารถนำเงินไปคืนธนาคารได้แค่ 21 บาท ก็แปลว่า "ถังแตกแน่นอน" ดังนั้นการทำสัญญาเอ็มโอยูกับประเทศจีน จึงเห็นได้ชัดว่า รัฐบาลจะต้องยอมขาดทุน เพื่อให้จีนยอมซื้อขายไทยให้ได้
"2 ปีก็เห็นชัดเจนว่า รัฐบาลตั้งราคาสูงเกินไป ขายไม่ออก แล้วเรื่องที่เลวร้ายที่สุดก็คือรัฐบาลเอาข้าวที่มีอยู่ทำ แล้วพ่อค้าถึงจะไปส่งออกอีกที ทั้งประเทศรัฐบาลซื้อข้าวไป ปีที่แล้ว 13 ล้านตัน ปีที่สองก็ 13 ล้านตัน เรารู้อยู่ว่า การส่งออกข้าวไทยไม่เคยถึง 11 ล้านตัน 1 ปีรัฐบาลซื้อข้าวซื้อไปหมดแล้ว ไม่มีเหลือ สาเหตุที่เราส่งออกเราส่งได้แค่ 11 ล้านตัน เนื่องจากว่า รัฐบาลปล่อยข้าวออกมา เมื่อรัฐบาลปล่อยข้าวออกมาท่านก็ขายให้เรา ถ้าไม่ถูกเราก็ส่งออกไม่ได้ เขาไปขายในต่างประเทศแพงขึ้นอีกนิดหนึ่ง ปีที่แล้วเราขายข้าวไปต่างประเทศได้กิโลละ 20 บาท รัฐบาลไปขายที่จีนเมื่อไหร่เราไม่รู้
แต่นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า มีบางส่วนมาขายเหลือกิโลละ 7.70 สต.แล้วเรารู้ว่าต้นทุนที่จำนำข้าวไป รวมทั้งค่าดำเนินโครงการ รวมแล้วกิโลละ 28 บาทมันไม่มีทางที่รัฐบาลจะขายแล้วได้กำไรไม่มีทางเลย มีแต่ขาดทุนมากกับขาดทุนน้อย ถ้าเขาขายเหลือ 5.70 สต. แล้วใน 2 ปีประมาณ 16.7 ล้าน 20 ล้านตัน เขาจะต้องขาดทุนประมาณ 6 แสนล้าน แต่ถ้าถามว่า เขาขายกิโลละ 12 บาท ซึ่งรัฐบาลพูดออกมาว่าขายไปได้แค่ 11 ล้านตัน ตอนนั้นแค่แสนสี่หมื่นล้าน แล้วหารออกมา 2 บาท ถ้าเขาขายในลักษณะ 12 บาท จะต้องขาดทุน 2 ปี ตั้ง 4 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งตรงกับตัวเลขที่ม.ร.ว.ปรีดียาธรออกมาเปิดเผย







