posttoday
กินหัวกับกินหาง

กินหัวกับกินหาง

05 กุมภาพันธ์ 2557

ก่อนหน้านี้ดิฉันเคยพูดเรื่องการเตรียมพร้อมรับมือภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยมาแล้วครั้งหนึ่ง วันนี้อยากจะมาขยายภาพนั้นให้ชัดยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นวิเคราะห์ทิศทางการแข่งขัน

ก่อนหน้านี้ดิฉันเคยพูดเรื่องการเตรียมพร้อมรับมือภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยมาแล้วครั้งหนึ่ง วันนี้อยากจะมาขยายภาพนั้นให้ชัดยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นวิเคราะห์ทิศทางการแข่งขัน

อาเซียนในขณะนี้มีผู้ที่วนเวียนแข่งขันอยู่ในอุตสาหกรรมสิ่งทอหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา รวมถึงไทย แต่ละประเทศล้วนมีจุดอ่อนจุดแข็งที่แตกต่างกันไป

หากตีกรอบให้แคบลงมาเหลือเพียงประเทศใน อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ จีเอ็มเอส แล้วแบ่งแยกอุตสาหกรรมเป็น 3 ส่วน คือส่วนหัว ส่วนกลาง และส่วนปลาย

ส่วนที่ประเทศของเราโดดเด่นมากที่สุดในขณะนี้คือส่วนหัว เช่น การออกแบบลวดลาย การวิจัยและพัฒนา และส่วนปลายคือการค้าปลีก โดยมีเวียดนามพยายามไล่บี้มาเป็นระยะทั้งส่วนหัวและส่วนปลาย

ขณะที่ส่วนกลาง คือเรื่องการผลิตนั้น ประเทศที่โดดเด่นขณะนี้คือ กัมพูชา และพม่า เนื่องจากมีค่าแรงค่อนข้างต่ำ ทำให้หลายประเทศสนใจเข้าไปตั้งฐานผลิตในพื้นที่ อย่างไรก็ดี ไทยกับเวียดนามเองก็ไม่ได้ถึงขั้นทิ้งส่วนการผลิตไป ยังมีผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมสิ่งทอจำหน่ายอยู่บ้าง แม้ต้นทุนค่าแรงอาจสูงกว่าเพื่อนบ้าน

โดยทั่วไปแล้ว ไม่ว่าอุตสาหกรรมใดๆ ก็ตาม หาก “กินหัว” และ“กินหาง” ของห่วงโซ่อุตสาหกรรมไว้ได้ ถือว่าได้เปรียบและสร้างโอกาสได้มากกว่าผู้ที่เป็นเพียงผู้ผลิตหรือรับจ้างผลิต ขณะนี้จึงดูเหมือนว่าไทยกับเวียดนามมาถูกทางแล้วในอุตสาหกรรมสิ่งทอ

เปรียบเทียบกันแบบหมัดต่อหมัด ต้องบอกว่าไทยยังนำหน้าเวียดนามอยู่ระดับหนึ่ง เนื่องจากเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้มาก่อน จึงมีทักษะการออกแบบ ทักษะการค้าขาย รู้จักตลาดค่อนข้างดี เมื่อมีคู่แข่งเข้ามามากขึ้นผู้ประกอบการของเราก็ปรับตัวมาเจาะตลาดสินค้าระดับบนมากขึ้นทำให้เรายังสามารถแข่งขันได้

แต่ล่าสุดมีบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมสิ่งทอรายหนึ่ง เชิญทางสถาบันไปบรรยายเรื่องเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)สิ่งที่ผู้บริหารกล่าวกับทางสถาบันมี 2 เรื่อง 1.ยังไม่กล้าลงทุนในอาเซียน และ 2.ค่อนข้างกลัวเวียดนาม

สาเหตุที่ยังไม่กล้าลงทุนนั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเท่าไหร่ค่ะ เชื่อว่าหลายๆ ท่านก็คงยังไม่กล้าลงทุนหากยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลให้ดี แต่สำหรับสาเหตุที่กลัวเวียดนามนั้น เพราะกลัวเวียดนามจะได้สิทธิพิเศษในอุตสาหกรรมสิ่งทอจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิก ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือ TPP ทำให้เข้าถึงตลาดสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศได้ดีกว่าไทย

ข้อเท็จจริงคือ ขณะนี้เรายังไม่ทราบแน่ชัดว่า TPP มีการเจรจาอะไรไปแล้วบ้าง เนื่องจากข้อมูลเปิดเผยกันเฉพาะประเทศในกลุ่ม แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาดิฉันเชื่อว่าสหรัฐและอีกหลายประเทศจะไม่ยอมปล่อยให้เปิดเสรี ลดภาษีสินค้าสิ่งทอง่ายๆ เพราะประเทศเหล่านั้นก็ต้องการปกป้องสินค้าสิ่งทอของตัวเองเช่นกัน

สิ่งที่ผู้ประกอบการควรทำในขณะที่ TPP ยังเจรจากันไม่เสร็จสิ้น ก็คือเตรียมตัวเองให้พร้อมเข้าสู่ตลาดใหม่ โดยระมัดระวังระดับหนึ่ง แต่ไม่ต้องกังวลมากนัก ที่สำคัญคือ กินหัวและกินหาง ของห่วงโซ่อุตสาหกรรมของท่านให้ดีค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท