
Remarketing
ที่ผ่านมามีคนพูดถึงเครื่องมือการทำตลาดมากมายหลายรูปแบบ ซึ่งผู้ประกอบการจะนำเครื่องมือการตลาดรูปแบบไหนมาใช้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแคมเปญการทำตลาดนั้นๆ วันนี้ผมขอแนะนำเครื่องมือใหม่ที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนให้เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค หรือกลุ่มเป้าหมายด้วยวิธีการติดตามลูกค้าที่ออนไลน์ตามลักษณะพฤติกรรมความสนใจ ได้ยินอย่างนี้อย่าเพิ่งตกใจไปว่าเราจะเฝ้าจับตาหรือรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค แต่มันเป็นเครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า Remarketing ที่กำลังแพร่หลายบนโลกออนไลน์ในขณะนี้
ที่ผ่านมามีคนพูดถึงเครื่องมือการทำตลาดมากมายหลายรูปแบบ ซึ่งผู้ประกอบการจะนำเครื่องมือการตลาดรูปแบบไหนมาใช้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแคมเปญการทำตลาดนั้นๆ วันนี้ผมขอแนะนำเครื่องมือใหม่ที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนให้เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค หรือกลุ่มเป้าหมายด้วยวิธีการติดตามลูกค้าที่ออนไลน์ตามลักษณะพฤติกรรมความสนใจ ได้ยินอย่างนี้อย่าเพิ่งตกใจไปว่าเราจะเฝ้าจับตาหรือรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค แต่มันเป็นเครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า Remarketing ที่กำลังแพร่หลายบนโลกออนไลน์ในขณะนี้
Remarketing เป็นการโฆษณาออนไลน์ที่บริษัทเสิร์ชเอนจิ้นรายใหญ่ของโลกอย่าง Google ได้เปิดให้บริการ จุดเด่นของการโฆษณารูปแบบนี้ คือ เมื่อผู้เข้าชมคลิกเข้าเว็บไซต์ผ่าน “Web Browser” จะเกิด Cookies หรือข้อมูลขนาดเล็กที่จะถูกส่งไปเก็บไว้ในเบราเซอร์ของผู้เข้าชมที่คลิกเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าชมเว็บและเมื่อเปิดเว็บไซต์อื่นๆ ผู้ใช้ก็จะมีโอกาสเห็นโฆษณาของเว็บไซต์เดิมที่เคยเข้าไปเยี่ยมชมมาปรากฏอีกครั้งเพื่อจูงใจให้ผู้ใช้คลิกกลับเข้าไปชมเว็บไซต์ ซึ่งการทำโฆษณาให้เห็นซ้ำจะทำให้แบรนด์ของสินค้าหรือบริการนั้นไปอยู่ในอันดับต้นๆ ของจิตใจผู้บริโภคและยิ่งผู้ใช้คุ้นเคยกับแบรนด์นั้นมากขึ้นเท่าใด เขาก็จะมีความเชื่อใจและผูกพันกับเเบรนด์ นำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้า
หลักการทำงานของ Remarketing
เมื่อติดตั้งโค้ดพิเศษของ Remarketing ไว้บนหน้าเว็บไซต์แล้ว โค้ด Remarketing จะจดจำลูกค้าไว้ในฐานข้อมูลออนไลน์ของ Google จากนั้นเมื่อผู้ชมออกจากเว็บไซต์นั้นไปสู่เว็บไซต์อื่นๆ ซึ่งหากเป็นเว็บในเครือข่ายโฆษณาของ Google เว็บไซต์ปลายทางเหล่านั้นจะรับรู้ทันทีว่าผู้ใช้คนนั้นเป็นลูกค้าที่มาจากกลุ่ม Remarketing ของเรา และจะปรากฏโฆษณาของเราบนเว็บเครือข่ายของ Google หรือ Google Display Network ทันที
เว็บไซต์เครือข่ายโฆษณาของ Google นั้น มีจำนวนหลายแสนเว็บทั่วโลก (เฉพาะในไทยมีราวกว่า 1 หมื่นเว็บ) ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ไม่ซ้ำกันมากกว่า 83% ทั่วโลก รวมถึงผู้คนที่พูดภาษาต่างๆ มากกว่า 30 ภาษาในกว่า 100 ประเทศ ช่วยติดตามลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เราสนใจ ที่มีไลฟ์สไตล์ในการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ ในเครือข่ายโฆษณานี้อย่างสม่ำเสมอให้เรามั่นใจได้ว่าโฆษณาจะติดตามกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ไปในชีวิตประจำวันบนออนไลน์ของพวกเขาได้อย่างเหมาะสม
การทำ Remarketing ใช้ได้หลากหลายรูปแบบ ดังนี้
สร้างแบรนด์และการจดจำ
ติดตามลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ เพื่อเสริมสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์
เน้นใช้เนื้อหาข้อความโฆษณา ออกแบบโลโก้ สโลแกน ให้น่าสนใจเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและย้ำเตือนให้จดจำในแบรนด์
ติดตามลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อใหม่
เลือกติดตามลูกค้าที่เคยเข้าเว็บไซต์และสั่งซื้อของไปแล้ว เพื่อเชิญชวนให้กลับมาซื้ออีกครั้ง
เน้นใช้โฆษณาชักชวนให้กลับมาใหม่ เช่น เสนอสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกเก่า หรือนำเสนอสินค้าใหม่ที่น่าสนใจ
กระตุ้นการตัดสินใจสำหรับลูกค้าที่ใกล้จะซื้อแล้ว
เลือกติดตามลูกค้าที่เกือบจะซื้อ (เช่น หยิบของใส่ตะกร้าแล้ว) แต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อให้กลับมาสั่งซื้อ
เน้นใช้ข้อความโฆษณาแจ้งโปรโมชั่นพิเศษหรือให้คูปองลดราคา โดยกำหนดว่าราคาพิเศษเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อในเวลานั้น
การส่งเสริมการขายเฉพาะบางสินค้า
เลือกติดตามเฉพาะลูกค้าที่เข้าชมเว็บไซต์ที่มีรายละเอียดสินค้าตัวที่ต้องการส่งเสริม เช่น เมื่อต้องการส่งเสริมสินค้าเครื่องสำอาง ก็ให้เลือกติดตามลูกค้าที่เข้ามาชมหน้าเว็บไซต์เฉพาะกลุ่มนี้ต่อไปได้
เน้นใช้ข้อความโฆษณาเชิญชวนให้น่าสนใจ แล้วแจ้งโปรโมชั่นสำหรับสินค้าตัวนั้นโดยเฉพาะ
คำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับ Remarketing นี้ จะสามารถเป็นช่องทางเสริมสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอียุคใหม่ ที่กำลังมองหากลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการทำตลาดออนไลน์ให้ตรงใจเเละเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป็นรายบุคคลมากขึ้นกว่าเดิม เเละในเมืองไทยหลายๆ แบรนด์เริ่มนำมาปรับใช้กันเเล้ว







