
ทวายโปรเจกต์เจอโรคเลื่อน
ประมูลไม่ได้ยืดแผนลงทุนยาวไปถึงมี.ค.จ้างที่ปรึกษาสอบทานไอทีดีคุมก่อสร้าง
ประมูลไม่ได้ยืดแผนลงทุนยาวไปถึงมี.ค.จ้างที่ปรึกษาสอบทานไอทีดีคุมก่อสร้าง
เลื่อนยื่นซอง 3 โครงการลงทุนทวาย 1 แสนล้าน เป็นเดือน มี.ค.นี้ เล็งจ้างบริษัทที่ปรึกษาคุมงานเบ็ดเสร็จ
นายสมเจตน์ ทิณพงษ์ กรรมการบริษัท ทวาย เอสอีแซด ดีเวลล๊อปเมนต์ ฝ่ายไทย (เอสพีวี) เปิดเผยว่า การเปิดประมูลโครงการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย คือ โครงการถนน ท่าเรือขนาดเล็ก และพัฒนานิคมอุตสาหกรรมระยะต้น 2 หมื่นไร่ มูลค่าลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท จะเลื่อนไปเปิดประมูลในช่วงต้นเดือน มี.ค. จากเดิมที่กำหนดเปิดประมูลปลายปีที่แล้ว
สำหรับสาเหตุที่การประมูลโครงการต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากบริษัทเอสพีวีอยู่ระหว่างการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาโครงการ (พีเอ็มโอ) เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบร่างทีโออาร์การประมูลโครงการลงทุน 3 โครงการ ความเหมาะสมในการลงทุน และช่วยให้ความเห็นในการคัดเลือกเอกชนที่ยื่นซองประมูล ตลอดจนดูแลการดำเนินการก่อสร้างแต่ละโครงการทั้งหมด
“ทุกกระบวนการจะไปเสร็จในเดือน มี.ค.นี้ จึงจะเปิดให้เอกชนยื่นซองประมูลงานได้” นายสมเจตน์ กล่าว
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการร่วมไทยพม่า เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง (เจซีซี) กล่าวว่า บริษัท เอสพีวี กำลังร่างสัญญาว่าจ้างบริษัท Ernst & Young ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกมาตรวจสอบสินทรัพย์และหนี้สินว่า มูลค่าการลงทุนของบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ก่อนหน้านี้เป็นจำนวนเท่าใด เพื่อจ่ายเงินชดเชยคืนให้ทั้งหมด
ขณะที่ทางบริษัท อิตาเลียนไทยฯ แจ้งว่าได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไปแล้ว 6,000 ล้านบาทเศษ
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าการร่างทีโออาร์ลงทุน 3 โครงการในพื้นที่ทวายนั้น ฝ่ายไทยได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมให้ความเห็นในการทบทวนหรือปรับปรุงร่างทีโออาร์ให้รัดกุม และตรงกับงานที่จำเป็นในปัจจุบันมากขึ้น ก่อนส่งร่างทีโออาร์ให้บริษัท เอสพีวี ในเดือน มี.ค.ต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายเต็งเส่ง ประธานาธิบดีพม่า ได้ลงนามร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมประกาศยกเลิกกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นๆ โดยกฎหมายใหม่กำหนดให้ยกเว้นภาษีรายได้ให้นักลงทุนนิติบุคคลที่ลงทุนในพื้นที่ 7 ปี และเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี
นอกจากนี้ ยังยกเว้นภาษีประเภทอื่นๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย และยกเว้นภาษีศุลกากรเป็นเวลา 5 ปี สำหรับการนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างขั้นพื้นฐาน







