posttoday
ชำแหละแผน กสท.ทวงคืนคลื่นความถี่

ชำแหละแผน กสท.ทวงคืนคลื่นความถี่

05 กุมภาพันธ์ 2557

ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ

ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ

มติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2556 กำหนดระยะเวลาให้รัฐวิสาหกิจและทุกหน่วยงานที่ถือครองคลื่นความถี่ จะต้องคืนคลื่นกลับมาที่ กสทช. เพื่อจัดสรรและเปิดประมูลตามมาตรา 83 ของ พ.ร.บ.กสทช. ภายใน 5 ปี ส่งผลให้แต่ละหน่วยงานที่มีคลื่นความถี่อยู่ในมือ ซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์มหาศาล พยายามยื้อเวลาและหาเหตุแห่งความจำเป็นในการใช้งาน เพื่อจะได้ถือครองคลื่นให้นานที่สุด

ทว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เมื่อ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจะมีบทสรุปที่ชัดเจนให้กับหน่วยงานที่ยังถือครองคลื่นด้านกระจายเสียงและโทรทัศน์ (บรอดคาสต์) ไม่ว่าจะเป็น อสมท หรือกรมประชาสัมพันธ์

โดยเฉพาะ อสมท ที่มีความพยายามในการนำคลื่นเดิมที่มีอยู่ไปให้บริการประเภทอื่น ภายใต้การเซ็นสัญญากับบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง (ไออีซี) เพื่อนำคลื่นความถี่ยูเอชเอฟ ช่อง 58 (ความถี่วิทยุ 766-774 เมกะเฮิรตซ์) ไปให้บริการโทรทัศน์บนมือถือระบบดิจิตอล (ดิจิตอล โมบาย ทีวี) ทั้งที่กรมไปรษณีย์โทรเลขได้จัดสรรคลื่นดังกล่าวให้ อสมท ใช้เพื่อเสริมจุดบอดการรับโทรทัศน์ในเขตกรุงเทพฯ ในระบบอะนาล็อกเท่านั้น

ทั้งนี้ อสมท ลงนามสัญญาทางธุรกิจเกี่ยวกับดิจิตอล โมบาย ทีวี กับไออีซี เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2553 ระยะเวลา 5 ปี โดยไออีซีทำหน้าที่ทำการตลาดและให้บริการการออกอากาศครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในสมัยที่ ธนวัฒน์ วันสม เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท และ สัณห์จุฑา วิชชาวุธ เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ไออีซี

ต่อมา อสมท ได้เปลี่ยนคู่สัญญาเป็นบริษัท บีไอจี มีเดีย กรุ๊ป แทน มีระยะเวลา 5 ปี และเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2554 ได้ทำสัญญาแต่งตั้งบีไอจีฯ เป็นตัวแทนดำเนินการผลิตและแพร่ภาพออกอากาศรายการโทรทัศน์ ภายใต้ชื่อช่องรายการ BIG 1 ผ่านช่องสัญญาณในระบบดิจิตอล โมบาย ทีวี เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2554-30 มิ.ย. 2557

อย่างไรก็ตาม อสมท ระบุว่า ปัจจุบันโครงการดิจิตอล โมบาย ทีวี ยังคงไม่เริ่มประกอบกิจการในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากอยู่ระหว่างรอการดำเนินการของ อสมท ในเรื่องใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์วิทยุคมนาคมจาก กสทช. โดยโครงการดังกล่าวมีงบประมาณทั้งสิ้น 250 ล้านบาท มีต้นทุนที่เกิดขึ้นแล้วจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2555 จำนวน 119 ล้านบาท คงเหลืออีก 131 ล้านบาท

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานบอร์ด กสท. กล่าวว่า การที่ อสมท ไปทำสัญญากับไออีซี เพื่อให้บริการโทรทัศน์บนมือถือระบบดิจิตอล ซึ่งเป็นการประกอบกิจการโทรทัศน์ขึ้นมาใหม่ จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งผลจากสัญญาที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ อสมท ต้องคืนคลื่นความถี่กลับมาให้ กสทช. ภายใน 5 ปี ตามมติบอร์ด กสทช.

นอกจากนี้ กสท. ยังได้ตรวจสอบสัญญาระหว่างกรมประชาสัมพันธ์ และบริษัท เวิลด์ สตาร์ ทีวี (ไทยแลนด์) เพื่อให้บริการส่งวิทยุโทรทัศน์ประเภทบอกรับสมาชิกระบบเอ็มเอ็มดีเอส (Multichannel Multipoint Distribution Service) และเห็นว่าสัญญาไม่มีผลผูกพันหลัง พ.ร.บ.กสทช. มีผลบังคับใช้

ดังนั้น จึงไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และต้องคืนคลื่นความถี่ย่าน 2504-2528 เมกะเฮิรตซ์ มาให้ กสทช. เพื่อนำไปจัดสรรใหม่

“คลื่นความถี่ที่ กสท. เรียกคืนมาจากทุกหน่วยงาน จะนำไปจัดสรรใหม่ด้วยวิธีการประมูลตามที่กฎหมาย กสทช.กำหนด เพื่อให้การใช้งานคลื่นความถี่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” พ.อ.นที กล่าว

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากบริษัท อสมท เปิดเผยว่า กำลังเตรียมข้อมูลต่างๆ เพื่อต่อสู้ทางกฎหมายอย่างเต็มที่ หาก กสท.จะดำเนินการยึดคลื่นความถี่ดังกล่าวคืน ซึ่งในกรณีสัญญาการให้บริการโมบายทีวีนั้น หากล้มเลิกสัญญา มีโอกาสที่ อสมท จะถูกเอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหายได้

เช่นเดียวกับกรณีกรมประชาสัมพันธ์ แม้สัญญากับเวิลด์ สตาร์ ทีวี จะถูกยกเลิกไปแล้วก็ตาม แต่มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับเอกชนมูลค่าหลักร้อยล้านบาท หาก กสท.ยึดคลื่นคืน คดีความต่างๆ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะฉะนั้นเกมยึดคลื่นคืนครั้งนี้คงไม่ง่ายนัก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท