posttoday
กองทุนรวมเดือนม.ค.โต1%

กองทุนรวมเดือนม.ค.โต1%

05 กุมภาพันธ์ 2557

นักลงทุนแห่ซบอกกองทุนตราสารหนี้ช่วยการเมืองคิวอีกดสินทรัพย์หุ้นหด

นักลงทุนแห่ซบอกกองทุนตราสารหนี้ช่วยการเมืองคิวอีกดสินทรัพย์หุ้นหด

กองทุนรวมเดือนแรกยังโต 1.48% การเมืองไม่ชัดสหรัฐหั่นคิวอี ทุบกองหุ้นLTFRMF

สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน ม.ค. 2557 กองทุนรวมทั้งระบบยังเติบโตต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) อยู่ที่ 3.12 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.54 หมื่นล้านบาท หรือ 1.48% จากสิ้นปี 2556 อยู่ที่ 3.07 ล้านล้านบาท เนื่องจากกองทุนตราสารหนี้ยังขยายตัวได้ดีท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ หุ้นผันผวน ส่งผลให้กองทุนตราสารหนี้เติบโต 4.85 หมื่นล้านบาท หรือ 2.86% จาก 1.69 ล้านล้านบาท เป็น 1.74 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ตาม พบว่ากองทุนที่มี นโยบายการลงทุนในหุ้นจะมีมูลค่าสินทรัพย์ลดลง เนื่องจากตลาดหุ้นไทยในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา มีความผันผวนค่อนข้างมากตามปัจจัยการเมืองในประเทศและการปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของธนาคารกลางสหรัฐ ส่งผลให้หุ้นไทยปรับตัวลดลง 24.43 จุด หรือ 1.88% จากวันที่ 27 ธ.ค. 2556 อยู่ที่ 1,298.71 จุด ลดลงมาปิด ณ วันที่ 31 ม.ค. 2557 ที่ระดับ 1,274.28 จุด โดยความไม่แน่นอนดังกล่าวยังส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนที่ถือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ครบ 5 ปี ซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำก็ได้จังหวะขายทำกำไรออกมา

กองทุนหุ้นพบว่ามีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิลดลงจำนวน 5,843.96 ล้านบาท หรือ 0.82% จาก 7.12 แสนล้านบาท เหลือ 7.07 แสนล้านบาท กองทุนรวมผสมซึ่งมีการลงทุนในหุ้นสินทรัพย์ลดลงจำนวน 1,399.70 ล้านบาท หรือ 1.57% จาก 8.92 หมื่นล้านบาท เหลือ 8.78 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาวมีสินทรัพย์ลดลงจำนวน 3,518.05 ล้านบาท หรือ 1.84% จาก 2.14 แสนล้านบาท เหลือ 2.1 แสนล้านบาท

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นสินทรัพย์ลดลง 507.83 ล้านบาท หรือ 1.06% จาก 4.78 หมื่นล้านบาท เหลือ 4.73 หมื่นล้านบาท ส่วนกองทุน RMF ที่ลงทุนแบบผสม มีการลงทุนในหุ้นก็มีมูลค่าสินทรัพย์ลดลงเช่นกันประมาณ 1.15% หรือ 321.19 ล้านบาท จาก 2.8 หมื่นล้านบาท เหลือ 2.76 หมื่นล้านบาท

ขณะที่กองทุนรวมเพื่อไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศ สินทรัพย์กลับเพิ่มขึ้น 2,254.41 ล้านบาท หรือ 5.62% จาก 4.02 หมื่นล้านบาท เป็น 4.24 หมื่นล้านบาท

นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มขาลงมากกว่าขาขึ้น เนื่องจากปัญหาการเมืองในประเทศยังไม่มีทางออกชัดเจน แม้จะมีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา และไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอย่างที่คาด แต่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ไม่ครบ 95% รวมทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อม

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีแนวโน้มปรับตัวลงสลับกับดีดขึ้นเป็นช่วงสั้นๆ โดยแนวรับอยู่ที่ 1,220-1,240 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,300-1,320 จุด โดยแนะนำให้รอดูท่าทีการเมืองก่อน แต่หากนักลงทุนรับความผันผวนได้ให้ทยอยสะสมกองทุนหุ้น

สำหรับการปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของธนาคารกลางสหรัฐลง (เฟด) 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน เหลือ 6.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ก็กระทบการลงทุนเช่นกัน และเฟด ยังส่งสัญญาณปรับลดคิวอีลงต่อเนื่องในการประชุมครั้งถัดๆ ไป แต่ยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ 00.25% ไว้จนกว่าอัตราว่างงานจะเหลือ 6.5% จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.7% และเงินเฟ้อ อยู่ที่ 22.5% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.5%

อย่างไรก็ตาม การลดคิวอีก็ส่งผลกระทบค่อนข้างมากต่อตลาดหุ้นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ทำให้เงินไหลออกกลับไปสหรัฐและกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอีกครั้ง ทำให้สกุลเงินหลายประเทศเผชิญกับแรงเทขายอย่างรุนแรง ล่าสุดธนาคารกลางตุรกีปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นกะทันหันแบบข้ามคืนเพื่อสกัดเงินไหลออก ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจในประเทศเหล่านี้ชะลอตัวลง จากต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท