
หั่นเป้ากำไรกลุ่มพาณิชย์
เมย์แบงก์กิมเอ็งชี้ปัจจัยลบธุรกิจยก‘ซีพีออลล์-โฮมโปร’เด่นรอดทุกภาวะ
เมย์แบงก์กิมเอ็งชี้ปัจจัยลบธุรกิจยก‘ซีพีออลล์-โฮมโปร’เด่นรอดทุกภาวะ
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดกำไรกลุ่มพาณิชย์ปี 2556 โตแค่ 5% ไตรมาสสุดท้ายฉุดแรง ปีหน้าโต 18%
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คงน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มพาณิชย์เท่ากับตลาด โดยปรับลดประมาณการกำไรลง โดยประเมินกำไรปี 2556 เพิ่มขึ้น 5% เป็น 24,181 ล้านบาท และเติบโต 18% เป็น 28,525 ล้านบาท ในปี 2557
นักวิเคราะห์คาดกำไรไตรมาส 4 ปี 2556 ของกลุ่มพาณิชย์เติบโตในอัตราที่ลดลง เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการอุปโภคบริโภค โดยคาดว่ายอดขายของสาขาเดิมของทุกบริษัทจะปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ บริษัทที่ยังมียอดขายของสาขาเดิมเป็นบวก ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) และบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) ส่วนกลุ่มที่มียอดขายของสาขาเดิมติดลบ ได้แก่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) และบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) อย่างไรก็ดี กลุ่มพาณิชย์ยังมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาวจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับกับการขยายตัวของชุมชนเมืองและการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค
เหตุผลที่ต้องปรับลดประมาณการกำไร เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 4 ชะลอการเติบโต คาดการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการอุปโภคบริโภคจะส่งผลกระทบต่อยอดขายของสาขาเดิม ขณะที่การแข่งขันรุนแรงกดดันอัตรากำไร อย่างไรก็ดี อัตรากำไรจะถูกชดเชยด้วยเงินสนับสนุนจากผู้ผลิต เนื่องจากจำนวนสาขาที่มากขึ้นช่วยเพิ่มอำนาจต่อรอง อีกทั้งการขยายสาขาหลายแห่งในปี 2556 จะช่วยผลักดันยอดขาย คาดว่าบริษัท 6 แห่ง ที่ทำบทวิเคราะห์จะเติบโต 14% จากไตรมาส 3 และ 1% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน
นอกจากนั้น ประมาณการที่ปรับลดลงสะท้อนกำลังซื้อที่ลดลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ปัญหาจากโครงการจำนำข้าวและการชุมนุมทางการเมือง โดยคาดว่ายอดขายของสาขาเดิมของ CPALL และ HMPRO สูงกว่าจีดีพี ขณะที่ BIGC ต่ำกว่า มีสาเหตุจากการแข่งขันสูงในตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ตจากการที่คู่แข่งคือ โลตัสมีส่วนแบ่งตลาดใกล้เคียงกับ BIGC ในขณะที่ CPALL และ HMPRO เป็นผู้นำตลาดทำให้สามารถรักษาความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน
แนวโน้มการเติบโตมาจากการขยายสาขาเป็นหลักและกำไรของกลุ่มยังคงเติบโตได้จากยอดขายที่สูงขึ้น เพิ่มอำนาจการต่อรองกับซัพพลายเออร์ได้ประโยชน์จากการประหยัดจากขนาด เติบโตตามการขยายตัวของชุมชนเมือง และการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค การเติบโตของธุรกิจค้าปลีกถูกผลักดันจากสาขาในปริมณฑลและบริเวณชายแดน สัดส่วนจำนวนสาขาในต่างจังหวัด อาทิ BIGC GLOBAL HMPRO MAKRO ROBINS และ CPN แต่ไม่รวม CPALL เพิ่มจาก 54% ในปี 2547 เป็น 69% ในปี 2556
“เราเลือก CPALL และ HMPRO เป็นหุ้นเด่น แม้คาดกำไรไตรมาส 4 ของ CPALL จะถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการซื้อ MAKRO และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ผลประกอบการปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากผลประโยชน์จากการรวมธุรกิจ การเติบโตต่อเนื่องของทั้ง CPALL และ MAKRO จากการขยายสาขาเชิงรุกและยอดขายของสาขาเดิมที่มีเสถียรภาพ โดยได้รับผลกระทบจำกัดจากเศรษฐกิจชะลอตัวและการชุมนุม”
สำหรับ HMPRO คาดกำไรไตรมาส 4 ทำสถิติสูงสุดใหม่ เนื่องจากเป็นไฮซีซั่น การเปิดสาขาเชิงรุก และยอดขายของสาขาเดิมยังคงเติบโตได้ แม้เศรษฐกิจชะลอตัว กำไรสุทธิยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องในปีนี้ การชุมนุมทางการเมืองคาดว่ามีผลกระทบทางตรงต่อยอดขายค่อนข้างน้อย







