posttoday
‘มนตรี’สู้ตายรักษาแชมป์กิมเอ็งปีที่13

‘มนตรี’สู้ตายรักษาแชมป์กิมเอ็งปีที่13

05 กุมภาพันธ์ 2557

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ลั่นรักษาแชมป์สมัยที่ 13 เร่งพัฒนาหลายมิติ ปีก่อนกำไรพุ่ง 93% มาร์จิ้นพุ่ง 85%

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ลั่นรักษาแชมป์สมัยที่ 13 เร่งพัฒนาหลายมิติ ปีก่อนกำไรพุ่ง 93% มาร์จิ้นพุ่ง 85%

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET เปิดเผยว่า ในปี 2556 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,420.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 684.52 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 93% จากปี 2555 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 736.02 ล้านบาท

ในปี 2556 บริษัทยังเป็นแชมป์โบรกเกอร์ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด (มาร์เก็ตแชร์) ติดต่อกันเป็นปีที่ 12 เนื่องจากไม่เคยหยุดนิ่ง และมีการเร่งพัฒนาในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรที่มี ความรู้ความสามารถ ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ดีเยี่ยม ให้ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน และรักษาแชมป์โบรกเกอร์อันดับ 1 ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดยาวนานอย่างต่อเนื่องต่อไป

ด้านกำไรที่ดีขึ้นมาจากภาพรวมธุรกิจของ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ในปี 2556ที่ผ่านมา ยังถือได้ว่าเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 1,093.49 ล้านบาท จาก 2,256.10 ล้านบาท เป็น 3,349.58 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 48.47% เนื่องมาจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น โดยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 6,637 ล้านบาท เป็น 10,149 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันโดยรวมของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจาก 32,304 ล้านบาท เป็น 50,329 ล้านบาท

ขณะที่รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 4.02 ล้านบาท จาก 264.97 ล้านบาท เป็น 268.99 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.52% เนื่องมาจากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 5,805 สัญญา เป็น 8,959 สัญญา ซึ่งยังคงเป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันโดยรวมของตลาดอนุพันธ์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 42,512 สัญญา เป็น 68,017 สัญญา

สำหรับรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิ้น) เพิ่มขึ้น 292.81 ล้านบาท จาก 343.41 ล้านบาท เป็น 636.22 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 85.27% เนื่องมาจากการเติบโตของตลาดทุนส่งผลให้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปี 2555 ซึ่งมียอดเงินให้กู้ยืมเฉลี่ย 6,141 ล้านบาท เป็น 11,543 ล้านบาท

ด้านค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทเพิ่มขึ้น 711.20 ล้านบาท จาก 2,259.03 ล้านบาท เป็น 2,970.23 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 31.48% ซึ่งค่าใช้จ่ายหลักที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 249.92 ล้านบาท คิดเป็น 119.25% มาจากดอกเบี้ยที่จ่ายให้แก่เงินวางหลักประกันของลูกค้าและเงินกู้ยืมระยะสั้น

ขณะที่ค่าธรรมเนียมและบริการจ่าย ซึ่งเพิ่มขึ้น 67.60 ล้านบาท คิดเป็น 32.76% และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานเพิ่มขึ้น 451.80 ล้านบาท คิดเป็น 36.70% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์และผลตอบแทนเจ้าหน้าที่การตลาด ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่านายหน้า

ปีนี้ธุรกิจโบรกเกอร์จะเหนื่อย เพราะภาวะตลาดไม่สดใสและคู่แข่งเพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท