posttoday
ธุรกิจเด่น-ดับในปี 2557 (ตอนที่ 3)

ธุรกิจเด่น-ดับในปี 2557 (ตอนที่ 3)

05 กุมภาพันธ์ 2557

ในที่สุดการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี แต่คงต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยที่มีคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุด โดยใน กทม.มีผู้มาใช้สิทธิเพียง 26.18% เมื่อเทียบกับเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อปี 2554 ที่มีผู้ใช้สิทธิถึง 71.80% และมี 9 จังหวัดทางภาคใต้ที่ไม่สามารถเปิดให้ลงคะแนนเสียงได้ และอีก 9 จังหวัดที่มีบางเขตที่ไม่สามารถเปิดให้เลือกตั้งได้ และคาดกันว่าน่าจะมี Vote no หรือจงใจทำบัตรเสียอีกมาก นับว่าเป็นชัยชนะของ กปปส. ที่ทำให้คนที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเลือกที่จะไปปิกนิกกลางถนน ทำให้ถนนหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นถนนพระราม 1 เพลินจิต อโศก กลายเป็นถนนคนเดินตามเจตนารมณ์ของลุงกำนัน

ในที่สุดการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี แต่คงต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยที่มีคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุด โดยใน กทม.มีผู้มาใช้สิทธิเพียง 26.18% เมื่อเทียบกับเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อปี 2554 ที่มีผู้ใช้สิทธิถึง 71.80% และมี 9 จังหวัดทางภาคใต้ที่ไม่สามารถเปิดให้ลงคะแนนเสียงได้ และอีก 9 จังหวัดที่มีบางเขตที่ไม่สามารถเปิดให้เลือกตั้งได้ และคาดกันว่าน่าจะมี Vote no หรือจงใจทำบัตรเสียอีกมาก นับว่าเป็นชัยชนะของ กปปส. ที่ทำให้คนที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเลือกที่จะไปปิกนิกกลางถนน ทำให้ถนนหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นถนนพระราม 1 เพลินจิต อโศก กลายเป็นถนนคนเดินตามเจตนารมณ์ของลุงกำนัน

แต่ที่น่าประหลาดใจไปกว่านั้น ก็คือท่านนายกฯ รักษาการของเราได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งแน่นอนจะต้องเป็นที่จับตาของสื่อมวลชนทั้งหลายที่ต้องไปทำข่าว แต่ท่านนายกฯ กลับหย่อนบัตรเลือกตั้งสลับกล่องเลือกตั้ง กลายเป็นที่ขบขันของคนทั้งประเทศ ยิ่งสมัยนี้การแชร์รูปผ่านและข้อความรวดเร็ว ฉับไว และแพร่หลาย ผมคิดว่าเราไม่ควรจะขบขัน แต่เราคงต้องตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมท่านนายกฯ ไม่ทราบเลยหรือว่าบัตรชนิดไหนต้องหย่อนกล่องชนิดใด ลองคิดดูสิครับว่า ถ้าประธานาธิบดีบารัก โอบามา ไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วหย่อนบัตรเลือกตั้งผิดกล่อง สื่อมวลชนของสหรัฐ รวมทั้งชาวสหรัฐเองจะรู้สึกอย่างไรกับประธานาธิบดีของตน การที่ท่านรณรงค์ให้คนไทยไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ท่านดันมาหย่อนบัตรผิด คนไทยจะคิดอย่างไรกับท่าน การพูดผิดไม่ว่าตำแหน่งทางการเมืองของประเทศเพื่อนบ้าน ชื่อเมือง ชื่ออำเภอ และอื่นๆ ซึ่งไม่น่าจะผิด อยากให้ท่านนายกฯ เตรียมตัวทำการบ้านมากกว่านี้ อย่าลืมนะครับ ตำแหน่ง ของท่านเป็นถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศ ควรจะดูมีความน่าเชื่อถือมากกว่านี้และผิดพลาดให้น้อยที่สุด

ผลจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทาง กกต.ยังไม่ประกาศว่าใคร พรรคใด ได้คะแนนเสียงมากน้อยอย่างไร ยังไงพรรคเพื่อไทยคงนอนมา เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง และล่าสุดทางพรรคประชาธิปัตย์มีมติจะยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ถ้าศาลตัดสินว่าขัดก็จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเพื่อไทย ซึ่งทำให้ความวุ่นวายทางการเมืองคงต้องยืดเยื้อไปอีกจนกว่าศาลจะตัดสิน ถ้าศาลตัดสินว่าไม่ผิด ก็ต้องดูว่าการเลือกตั้งเพื่อให้มีจำนวน สส.ครบ 95% จะสำเร็จเมื่อใด แต่อย่างช้าสุดต้องภายใน 180 วัน นับจากวันที่ 2 ก.พ. หรือถ้าศาลสั่งยุบพรรคเพื่อไทย สิ่งที่ต้องระวังคือ กลุ่มคนเสื้อแดงจะออกมาอาละวาดอย่างไร แต่คิดว่าคงมีจำนวนน้อยลง เนื่องจากชาวนาที่ยังโกรธแค้นที่ยังไม่ได้รับเงินค่าข้าวที่จำนำไว้ ซึ่งรัฐบาลกำลังถังแตก ต้องประกาศประมูลเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน 1.3 แสนล้านบาท โดยประมูลก้อนแรก 2 หมื่นล้านบาทก่อน ปรากฏว่าไม่ได้รับความสนใจจากสถาบันการเงิน แม้จะมีรายงานว่ามีธนาคารพาณิชย์บางแห่งยื่นประมูล แต่ก็เสนออัตราดอกเบี้ยที่สูง ทำให้กระทรวงการคลังต้องยกเลิกการประมูล

ช่วงนี้จึงดูเหมือนว่าพรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญศึกรอบด้าน นี่ยังไม่นับ ป.ป.ช.ที่กำลังตัดสินความผิดในคดีต่างๆ ซึ่งรวมทั้งกรณีจำนำข้าวด้วย จากภาวะเช่นนี้ ตลาดหุ้นไทยคงยังไปไหนได้ไม่ไกล น่าจะ Sideway อยู่ในกรอบ 1,2501,310 จุด ขึ้นซื้อลงขายไปพลางๆ ก่อน โดยน่าจะเลือกหุ้นที่อยู่ในธุรกิจเด่นที่อยู่ข้างล่างนี้ครับ (ธุรกิจเด่น 5 ธุรกิจอ่านย้อนหลังฉบับ 22 และ 29 ม.ค.)

6.ธุรกิจส่งออก เนื่องจากค่าเงินบาทที่ผ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเมื่อต้นปี 2556 ที่แข็งไปถึง 29 บาท/ดอลลาร์ ในขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 33 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเกือบ 14% เลยทีเดียว ถ้าให้สินค้าไทย โดยเฉพาะประเภทที่ใช้ Local Content สูงๆ จะได้ประโยชน์มาก ความสามารถในการแข่งขันก็จะสูงขึ้น แต่ก็ต้องดูค่าเงินของประเทศคู่แข่งที่ผลิตสินค้าคล้ายๆ กับเราว่าค่าเงินเขาอ่อนลงมามากน้อยกว่าเราแค่ไหน ซึ่งอันที่จริง ผู้ส่งออกของเราควรจะหันมาปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิต และพยายามเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า โดยพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพสูงขึ้น และตรงตามความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด หรือ ถ้าสามารถกระโดดข้ามไปอีกขั้น คือ คิดแบบ Steve Jobs ที่พัฒนาสินค้าโดยที่ลูกค้าไม่เคยทราบมาก่อนว่าตนต้องการสินค้าประเภทนี้ อย่างเช่น IPAD เป็นต้น สินค้าส่งออกที่ใช้ Local Content ต่ำอย่างอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะได้อานิสงส์จากภาวะฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศหลักๆ อย่างสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลให้จีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีการส่งออกสูงได้อานิสงส์ไปด้วย ก็จะทำให้กลุ่มประเทศ Asean ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักกับประเทศหลักๆ รวมทั้งจีน ก็จะได้รับผลดีไปด้วย กลุ่มประเทศที่กล่าวมาข้างต้นแล้วแต่เป็นกลุ่มลูกค้าของผู้ส่งออกไทยทั้งนั้น ก็จะได้ผลดีไปด้วย

7.ธุรกิจเดินเรือ เมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว การค้าขายก็จะดีขึ้น นั่นหมายถึงธุรกิจเดินเรือ โดยเฉพาะเทกอง ซึ่งไว้ขนส่งสินค้าที่เป็นพืชผลหรือวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต มีข้อสังเกตอยู่ 23 ข้อ คือ ตัวเลขดัชนี BDI สูงขึ้นเรื่อยๆ และราคาซื้อขายเรือเก่าสูงขึ้น รวมทั้งค่าต่อเรือใหม่ก็มีราคาสูงขึ้น และการที่บริษัทเดินเรือเริ่มสั่งต่อเรือใหม่มากขึ้น เหล่านี้ล้วนเป็นดัชนีชี้วัดว่าธุรกิจนี้น่าจะรุ่งเรืองในอีกไม่นานเกินรอ นอกจากนั้นการเข้ามาถือหุ้นใหญ่ในบริษัทเดินเรือของนักธุรกิจรายใหญ่เมื่อปีก่อน ก็เป็นตัวชี้นำให้มองเห็นอนาคตของกลุ่มนี้ได้

เนื้อที่หมดแล้ว พุธหน้าผมจะมาพูดถึงธุรกิจเด่นดับในส่วนที่เหลือต่อนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท