
ถูก เก่ง ดี มีมั้ย...?
วันนี้หัวข้อที่หยิบยกมานำเสนอ มาจากคำถามจากผู้อ่านทางบ้านที่จะถึงคิวเปลี่ยนอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง เช่น เบรก ยาง ของเหลวต่างๆ แต่เมื่อเอารถเข้าศูนย์บริการแล้ว ค่าใช้จ่ายสูงกว่าเมื่อเทียบกับศูนย์บำรุงรักษาในรูปแบบฟาสต์ฟิต อาทิ บีควิก, A.C.T, Cockpit, Bosch และอื่นๆ ที่สามารถให้บริการในรูปแบบเดียวกัน จะมีทางเลือกไหนดี
วันนี้หัวข้อที่หยิบยกมานำเสนอ มาจากคำถามจากผู้อ่านทางบ้านที่จะถึงคิวเปลี่ยนอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง เช่น เบรก ยาง ของเหลวต่างๆ แต่เมื่อเอารถเข้าศูนย์บริการแล้ว ค่าใช้จ่ายสูงกว่าเมื่อเทียบกับศูนย์บำรุงรักษาในรูปแบบฟาสต์ฟิต อาทิ บีควิก, A.C.T, Cockpit, Bosch และอื่นๆ ที่สามารถให้บริการในรูปแบบเดียวกัน จะมีทางเลือกไหนดี
จุดสำคัญอยู่ที่เรื่อง “ราคา” ซึ่งถ้าถามว่าแตกต่างกันไหม? ... ตอบได้เลยว่า ต่าง!
เพราะเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการรับประกันแล้ว สิ่งที่เข้ามามีบทบาทสำคัญเมื่อถึงเวลาที่จะต้องเข้ารับบริการก็คือ “ค่าแรง” ที่หากลองดูในใบเสร็จค่าใช้บริการจะเห็นว่ารายการที่มีค่าใช้จ่ายสูงไม่แพ้ “ค่าอะไหล่” ก็คือ “ค่าแรง” นี่ล่ะที่ในศูนย์บริการคิดค่าแรงในทุกๆ การให้บริการ
ขณะที่ฟาสต์ฟิตจึงใช้จุดนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการจับกลุ่มเป้าหมายบางราย มีระบบเหมาจ่ายและถูกกว่า พร้อมอัดแรงดึงดูดใจด้วยโปรโมชั่นพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นยางรถยนต์ผ่อน 0% หรือแม้กระทั่งบางรายให้ผ่อน 0% ได้แม้กระทั่งการซ่อมหนักและเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆ
จึงทำให้ภาพรวมของธุรกิจฟาสต์ฟิตเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ศูนย์บริการก็เพิ่งมาเริ่มตื่นตัว หลังจากที่สูญเสียลูกค้าประเภทที่หมดระยะการรับประกันไปจำนวนมาก ด้วยการมอบส่วนลดค่าอะไหล่เพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อย และเตรียมแผนการให้ความสำคัญด้านบริการหลังการขายมากขึ้น
ดังนั้น สรุปสุดท้ายคงไม่ต้องเอื้อนเอ่ยอันใดให้มากความ ... ก็ดูตามความเหมาะสม หากต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะอย่าง เช่น ระบบสมองกล (ECU) ระบบไฟฟ้า เป็นต้น ก็แน่นอนว่าศูนย์บริการเป็นคำตอบที่ใช่ หากแต่ต้องการความเชี่ยวชาญมาตรฐาน แต่ได้ราคาสบายกระเป๋ากว่า ฟาสต์ฟิตเป็นคำตอบที่ตรงจุดมากกว่า ดังนั้นจึงต้องเลือกใช้บริการตามสถานการณ์ครับ







