
"นิว ไลฟ์"มุ่งโตสวนทิศศก.สยายปีกอาเซียนรับเออีซี
โชคชัย สีนิลแท้
โชคชัย สีนิลแท้
อุตสาหกรรมขายตรงไทยปีที่ผ่านมา บรรดารายใหญ่ในตลาดจะออกมาระบุว่าค่อนข้างซบเซา เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ทั้งจากเศรษฐกิจโลก ภาวะหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นส่งผลทำให้กำลังซื้อลดลง แม้ว่าจะเพิ่มอินเซนทีฟหรือจูงใจอัตราผลตอบแทนจากการขายที่เพิ่มขึ้นให้กับบรรดานักขาย
ขณะที่บรรดาบริษัทใหม่ที่เพิ่งเริ่มเติบโต ฐานสมาชิกยังค่อนข้างน้อย สินค้าที่แตกต่างจากผู้ผลิตในตลาดนั้นสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภค กลับมีโอกาสเติบโตได้มากกว่าบริษัทรายใหญ่ที่อัตราการเติบโตค่อนข้างนิ่ง
สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรงไทยในปีนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 35% มูลค่าธุรกิจกว่า 1 แสนล้านบาท เนื่องจากได้รับผลดีจากภาคโทรคมนาคม โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือในระบบ 3จี รวมไปถึงทีวีดิจิตอลจะยิ่งผลักดันให้การทำธุรกรรมการซื้อขายผ่านออนไลน์ทำได้ง่ายขึ้น
สำหรับกลุ่มสินค้าทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเป็นกลุ่มสินค้าที่บริษัทมีความถนัดในการทำตลาด ซึ่งมั่นใจว่าจะทำให้ยอดขายในปีนี้แตะ 1,000 ล้านบาท และ 3,000 ล้านบาท ภายในปี 2558 ซึ่งจากการเติบโตในปี 2556 มีมากขึ้นถึง 100%
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจำนวนผู้นำที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง ระดับ Rainbow Directors (RD) และ Double Super Rainbow Directors (DSRD) จากเดิม 6 รหัสในปี 2555 เพิ่มขึ้นอีก 18 รหัส ในปี 2556 โดยปัจจุบันนิว ไลฟ์ มีสมาชิกระดับ Rainbow Directors (RD) และ Double Super Rainbow Directors (DSRD) จำนวน 24 รหัส และมีสมาชิกสโมสรเศรษฐีเงินล้านเพิ่มขึ้นอีก 15 รหัส แบ่งเป็น Millionaire Club 11 รหัส และ Junior Millionaire Club อีก 4 รหัส
จากจำนวนผู้นำที่ประสบความสำเร็จนี้เอง ทำให้มั่นใจว่าในปี 2558 จะสามารถทะลุยอดขาย 3,000 ล้านบาท โดยมาจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 1,000 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร แบรนด์นัมเบอร์วัน อินทรีภัณฑ์ 2,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 ตัว คือ เครื่องกรองน้ำ n’spring ระบบ 3 ไส้กรองที่มีระบบเตือนการเปลี่ยนไส้กรองอัตโนมัติ และเครื่องทำน้ำ Hydrogen Water Generator หรือเครื่องทำน้ำด่างที่เหมาะสมกับอุณหภูมิในร่างกายมนุษย์
นอกจากนี้ บริษัทจะเดินหน้าเปิดศูนย์บริการ Modern Inseephan Distribution Center (MIDA) ให้ครบ 700 แห่งทั่วประเทศไทย และสำนักงานนิว ไลฟ์ แห่งใหม่ ณ ประเทศอินโดนีเซีย ที่คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการในไตรมาสแรกของปีนี้
กลยุทธ์หลักสู่เป้าหมายยอดขาย 3,000 ล้านบาท ในปี 2558 คือ การเน้นสร้าง “2S+1R” ได้แก่ 1.System คือสร้างผู้นำและถ่ายทอดกลยุทธ์ด้วยการทำตามระบบ และการฝึกอบรมจนเกิดความชำนาญ 2.Sponsoring คือ การเชิญชวนคนใหม่ให้เข้ามาในองค์กร เพื่อสร้างฐานเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้น 3.Recruiting คือ แสวงหาคนที่มีศักยภาพเข้ามาเป็นแม่ทีมหลักในการขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นคง
สุเทพ กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะผลิตสินค้าใหม่ออกวางจำหน่ายไม่น้อยกว่า 15 รายการ ซึ่งใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และสร้างขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อน เมื่อครั้งเคยผลิตให้กับบริษัทขายตรงเดิมที่ชื่อนูไลฟ์ ซึ่งตัวโรงงานตั้งอยู่ที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
“บริษัทมีแผนที่จะใช้โรงงานแห่งนี้เป็นฐานในการผลิตเพื่อการส่งออกด้วย ที่ผ่านมาได้เริ่มเปิดสาขาในมาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า และจะขยายไปยังอินโดนีเซีย ฮ่องกง เวียดนาม กัมพูชา บรูไน และฟิลิปปินส์ ในอนาคต โดยเป้าหมายของบริษัทคือ การสร้างแบรนด์นิว ไลฟ์ ให้เป็นแบรนด์ชั้นนำของธุรกิจขายตรงในประเทศไทย” สุเทพ กล่าว
ทั้งหมดนี้คือ การปรับตัวของขายตรงแบรนด์ไทยที่หวังว่าเป็นช่องทางในตลาดภูมิภาคและประเทศอาเซียนเป็นตัวผลักดันให้เติบโต







