
กรุงไทยปิดประตูให้กู้จำนำข้าวยุติวิกฤตแบงก์รัน
ดำรงค์เกียรติ มาลา
ดำรงค์เกียรติ มาลา
กระแสข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่ระบุว่า ธนาคารกรุงไทยอนุมัติเงินกู้ให้กับรัฐบาลในโครงการรับจำนำข้าว ได้ส่งผลให้ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารรัฐแห่งนี้ต้องเผชิญกับภาวะเงินฝากไหลออกอย่างหนัก ผู้จัดการสาขาหลายแห่งพูดตรงกันว่าเริ่มมีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า และมีลูกค้าจำนวนมากถึงกับยอมถอนเงินฝากก่อนครบกำหนด จนเกรงว่าจะนำไปสู่ภาวะแบงก์รัน
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้วานนี้ วรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ต้องตั้งโต๊ะชี้แจงกับสื่อมวลชนก่อนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารของธนาคาร ใน 3 ประเด็น คือ 1.ยืนยันว่าที่ประชุมบอร์ดของธนาคารไม่มีวาระเสนอขออนุมัติเงินกู้โครงการรับจำนำข้าว และธนาคารไม่เคยอนุมัติเงินตามที่มีข่าวลือในโซเชียลมีเดีย
2.ธนาคารจะไม่ทำอะไรที่สร้างความเสียหายกับเงินฝากของประชาชนโดยเด็ดขาด เนื่องจากปัจจุบันธนาคารมีผู้ถือหุ้นรายย่อยถึง 45% ถูกกำกับดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาล และ 3.ธนาคารจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโครงการที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งโครงการรับจำนำข้าวเองก็มีการพูดอย่างหนาหูถึงความไม่ชอบมาพากล จึงขอให้พนักงานและลูกค้ามั่นใจในความเป็นมืออาชีพของผู้บริหาร ว่าจะ ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างแน่นอน
“ผมอยู่ในวงการนี้มาเกือบ 20 ปี เป็นคนไทย คนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการแบงก์ ออฟ อเมริกา ประจำประเทศไทย ตอนอายุเพียง 30 ปี เติบโตมาสู่จุดนี้ได้ด้วยตัวเอง ไม่เคยติดหนี้บุญคุณใคร จึงไม่ต้องตอบแทนบุญคุณใครด้วยผลประโยชน์ของประเทศชาติ” วรภัค ระบุ
วรภัค กล่าวอีกว่า การพิจารณาสินเชื่อของธนาคารจะต้องพิจารณาจากน้ำหนัก 3 ด้าน ได้แก่ 1.ความเสี่ยงด้านเครดิตหรือโอกาสที่จะได้เงินต้นและดอกเบี้ยคืน 2.ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และ 3.ความเสี่ยงทางการเมืองและสังคม สำหรับกรณีโครงการ รับจำนำข้าวนี้มีความเสี่ยงด้านข้อกฎหมายที่ไม่ชัดเจน
อย่างไรก็ดี ธนาคารมีความกังวลถึงชาวนาที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากการไม่ได้รับเงินจำนำข้าว โดยเกรงว่าหากชาวนามีปัญหาจะเกิดปัญหาอื่นในสังคมตามมาได้ ดังนั้น หากข้อกฎหมายชัดเจนว่าทำได้และเงินที่ให้ไปถือมือชาวนาแบบ 100% โดยไม่ตกหล่น ธนาคารก็พร้อมจะพิจารณาสินเชื่อให้ แต่หวังว่ารัฐบาลจะหาทางออกได้โดยที่ไม่เป็นภาระของสถาบันการเงิน
ทันทีที่จบการชี้แจง วรภัคเตรียมจะไปเข้าร่วมประชุมบอร์ดธนาคารต่อ แต่ปรากฏว่ามีกลุ่มพนักงานธนาคารกรุงไทยประมาณ 100 คน มายืนดักรอ พร้อมชูป้ายและตะโกนคัดค้านการปล่อยกู้ในโครงการรับจำนำข้าว วรภัคจึงเข้าไปพูดคุย พร้อมยืนยันว่า จะไม่ทำอะไรให้เสียหายต่อเงินฝากประชาชน
แต่กลุ่มพนักงานยังไม่พอใจและมีการมารวมกลุ่มกันมากขึ้นเป็น 500-600 คน บริเวณโถงทางเข้าธนาคาร เพื่อขอคำมั่นสัญญาจากวรภัค ว่าธนาคาร จะไม่มีการปล่อยกู้ในโครงการรับจำนำข้าว จนวรภัคต้องยอมออกจากห้องประชุมลงมาชี้แจงและให้ คำสัญญาว่า ธนาคารกรุงไทยจะไม่มีการปล่อยกู้โครงการรับจำนำข้าวทั้งทางตรงและทางอ้อม
“ตอนนี้หมดยุคนักการเมืองจะมาใช้กรุงไทยเป็นเครื่องมือแล้ว ผมยืนยันว่าเวลา 1 ปี 3 เดือน ที่ผมเข้ามาดำรงตำแหน่งการพิจารณาสินเชื่อของเรา โปร่งใส่ ไม่มีใบสั่ง” กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าว
คำแถลงของวรภัคและการออกมาคัดค้านของพนักงานกรุงไทยวานนี้ ถือว่าปิดประตูที่ธนาคารกรุงไทยจะปล่อยกู้ในโครงการรับจำนำข้าว เช่นเดียวกับที่เคยเกิดกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสินก่อนหน้านี้
ไม่เช่นนั้นภารกิจของผู้บริหารธนาคารกรุงไทยในขณะนี้ อาจต้องเปลี่ยนจากการหาช่องทางปล่อยกู้ให้รัฐบาล มาเป็นการกู้วิกฤตศรัทธาของพนักงานและลูกค้าผู้ฝากเงินคืนมาแทน ก่อนที่ภาวะเลือดไหล ไม่หยุดจะลุกลามบานปลายจนสายเกินแก้







