posttoday
พม่าทวงแชมป์ข้าว

พม่าทวงแชมป์ข้าว

04 กุมภาพันธ์ 2557

หลังจากเปิดประเทศได้ไม่นาน ก็มีข่าวว่า “พม่า” เตรียมจะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ส่งออกข้าวอีกครั้ง หลังจากสูญเสียความยิ่งใหญ่ในเรื่องข้าวมากว่า 50 ปี

หลังจากเปิดประเทศได้ไม่นาน ก็มีข่าวว่า “พม่า” เตรียมจะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ส่งออกข้าวอีกครั้ง หลังจากสูญเสียความยิ่งใหญ่ในเรื่องข้าวมากว่า 50 ปี

สำนักข่าวมิซซิมาของพม่า เปิดเผยว่า ปัจจุบันพม่าเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องข้าวอีกครั้ง ซึ่งศักยภาพด้านการเกษตรและทรัพยากรที่มีมหาศาล พม่ามีโอกาสมากที่จะกลับมายืนบนเส้นทางนี้ แต่การปิดประเทศอย่างยาวนาน ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ต่างพัฒนาไปไกลแล้ว จึงเป็นความท้าทายว่าพม่าจะใช้ยุทธศาสตร์อะไรเพื่อทวงแชมป์

อ่องจ่ออู เลขาธิการสมาพันธ์ข้าวพม่า มองว่า เป้าหมายที่จะทวงคืนแชมป์ส่งออกข้าวอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 510 ปี

จากข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ในเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว พบว่า พม่าเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับ 10 ของโลก โดยอินเดียเป็นแชมป์ ด้วยปริมาณส่งออก 8.58 ล้านตัน เมื่อวัดปริมาณการส่งออกเฉลี่ยระหว่างปี 25542556 ตามมาด้วยไทย 8.06 ล้านตัน และเวียดนามที่ส่งออกรวม 7.24 ล้านตัน

แต่ปริมาณการส่งออกข้าวของพม่าในช่วงเวลาเดียวกันนี้เฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 6.46 แสนตัน ยังตามหลังประเทศอื่นๆ อยู่อีกไกล

ในปี 2554 ตัวเลขพื้นที่ปลูกข้าวในพม่าอยู่ที่ 8 ล้านเฮกตาร์ และผลิตข้าวได้ประมาณ 30 ล้านตัน แต่ส่วนใหญ่ใช้เพื่อการบริโภคในประเทศ ทางการพม่าจึงต้องการเพิ่มยอดการส่งออกข้าวในปีนี้ 2 เท่าจากเดิม และตั้งเป้าส่งออกให้ได้ 2.5 ล้านตันในปี 2558

เป้าหมายของพม่าที่จะทวงความยิ่งใหญ่ในตลาดข้าวไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน เพราะในช่วงหลายปีมานี้ พม่าส่งออกข้าวไปยังต่างประเทศมากขึ้น ทั้งการส่งข้ามแดนไปยังจีน และตลาดสหภาพยุโรป รวมถึงประเทศในแอฟริกาตะวันออกและรัสเซียที่ซื้อข้าวนึ่งจากพม่า แม้แต่ญี่ปุ่นที่พิถีพิถันเรื่องข้าวมากก็อุดหนุนพม่าด้วยเช่นกัน

น่าสนใจว่า การจะขับเคลื่อนไปถึงเป้าหมายดังกล่าว ก็ไม่ได้ง่ายเหมือนเดินบนถนนโรยกลีบกุหลาบ เพราะการเตรียมพร้อมเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว และการกลับเข้าสู่ตลาดโลก เป็นเรื่องสำคัญที่พม่าต้องจัดการอย่างมียุทธศาสตร์ เพราะปัจจุบันมีผู้เล่นในตลาดหลายราย

สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ ประเมินว่า พม่าถูกคู่แข่งในภูมิภาคนำห่างหลายช่วงตัว เนื่องจากตำแหน่งผู้ส่งออกไม่ได้วัดเฉพาะปริมาณการเพาะปลูก แต่ยังรวมถึงขีดความสามารถในการผลิต ตั้งแต่การเพาะปลูก การสีและคัดแยกข้าว

ปัจจุบัน เกษตรกรพม่ายังพึ่งพาเทคโนโลยีการสีข้าวจากจีนที่คุณภาพไม่ดีนัก รวมถึงยังติดขัดเรื่องระบบการจัดเก็บ ระบบคลังสินค้าและการขนส่งที่ยังพึ่งพารถบรรทุกมากกว่าเรือ ส่งผลให้ต้นทุนสูงและขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำกว่าคู่แข่ง

ที่สำคัญ ทางการพม่าต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าจะให้ความสำคัญกับตลาดระดับบนหรือล่าง โดยพม่ามีศักยภาพที่จะทำตลาดบน เพราะมีข้าวปอว์ ซาน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติและความหอมติดอันดับโลกไม่แพ้หอมมะลิ สามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองขายในตลาดพรีเมียม แต่ติดขัดเรื่องกระบวนการหลังเพาะปลูก และคู่แข่งต่างก็เดินบนเส้นทางคุณภาพกันหมดแล้ว

ขณะที่ตลาดระดับล่างเป็นสิ่งที่พม่าทำได้ง่ายกว่า และยังมีตลาดขนาดใหญ่รองรับ ทั้งแอฟริกาและเอเชีย

มองพม่าแล้วต้องย้อนดูไทยว่าจะหลุดพ้นหล่มจำนำข้าวเมื่อไร หรือจะรอให้พม่าแซงไทยไปก่อนแล้วค่อยแก้ไข

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท